พาเที่ยวห้วยห้อม
ปีนี้มีความตั้งใจว่าจะเสาะหากาแฟจากแหล่งเพาะปลูกอื่นๆ ทางเหนือของไทยบ้าง เพื่อนำมาปรับปรุงให้เบลนด์ของผมรสชาติกลมกล่อมนุ่มนวลยิ่งขึ้น เมื่อเรียนสอบถามกับอ.พัชนี ได้ความว่า ปัญหาใหญ่ของเราคือเรื่องของการเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว ซึ่งผมเองก็ตั้งใจว่า ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะหาพี่น้องเกษตรกรที่มีความตั้งใจอยากพัฒนาให้คุณภาพตรงนี้ดีขึ้น และช่วยเหลือกันทำให้ได้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ขอบคุณพระเจ้าที่มีโอกาสได้ไปสองที่สองจังหวัดในเวลาสองวัน และกลับมากรุงเทพฯ ครบสามสิบสอง
เอาที่แรกที่ผม proudly present ก่อน นั่นคือ บ้านห้วยห้อม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่โด่งดังจากแผนการโปรโมชั่นของสตาร์บัคส์ บังเอิญว่าพี่สะใภ้ผมรู้จักกับคนที่รู้จักกับคนที่อยู่บนนั้น ก็เลยติดต่อขอขึ้นไปชมไร่กาแฟ ได้เบอร์โทรมาก็ลุยขึ้นไปเลย ออกจากเชียงใหม่ตั้งแต่แปดโมงเช้า หลงทางอยู่สองสามชั่วโมง จีพีเอสก็พาไปทางใกล้ที่สุด คือตะลุยผ่านทางดิน แต่ด้วยพาหนะที่ไม่สามารถ จึงต้องสอบถามเส้นทางใหม่ให้ไปทางลาดยาง อ้อมไปอีกร้อยกว่ากิโลเมตร จนเกือบบ่ายสามจึงได้เห็นป้ายนี้
![]()
บังเอิญว่าพี่คนที่ผมติดต่อไว้ไม่อยู่ เพราะไปต้อนรับหรือไปรับเสด็จใครสักคน กว่าจะกลับก็มืด ใจนึงก็ว่าจะนอนค้างสักคืน แต่ใจนึงก็ไม่กล้า เอาเสื้อแขนยาวบางๆ ไปตัวเดียว และต้องรีบกลับมาต้อนรับเครื่องชงกาแฟ VBM ที่จะเข้ามาให้ยลโฉมกันวันรุ่งขึ้น ดีว่ามีพี่คนนึงอาสาพาเดินดูที่ไร่กาแฟ ผมก็เลยรีบคว้ากล้องกับจีพีเอส เดินจ้ำอ้าวตามพี่เค้าขึ้นไปดูไร่กาแฟทันที
![]()
![]()
ผมชอบบรรยากาศไร่กาแฟแบบนี้ คือมีต้นไม้สูงๆ โปร่งๆ ไว้คอยบังแดด ต้นกาแฟปลูกแซมอยู่ในป่าธรรมชาติ เท่าที่เห็นก็ถือว่าร่มรื่นดีทีเดียว เหลือบไปดูจีพีเอสก็อ่านค่าความสูงได้ประมาณพันนิดๆ ไม่เกินพันร้อย ก่อนจะขึ้นไปก็เห็นบ้านสีเหลือง ข้างในมีภาพแสดงประวัติศาสตร์ที่ในหลวงเสด็จมาที่นี่ถึงสามครั้ง ครั้งแรกปี 2512 ก็ทรงดำริว่าน่าจะปลูกกาแฟ จึงมีการส่งเสริมให้ปลูกกันตั้งแต่บัดนั้น พอเดินเข้าไปในไร่ได้นิดเดียวก็ค่อนข้างตกใจ เพราะส่วนใหญ่ต้นกาแฟที่เห็นนั้นสุขภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เม็ดแห้งตายคาต้นบ้าง เป็นโรคสนิมใบบ้าง ใบร่วงเกือบหมดต้นบ้าง แต่ก็มีบางต้นที่ดูค่อนข้างดีหน่อยอยู่ปนๆ กัน นี่ละมั้งที่เขาเรียกว่า natural selection
![]()
![]()
เมื่อเดินเข้าไปลึกขึ้นก็เริ่มใจชื้นหน่อย ได้เห็นต้นกาแฟหลากหลายสายพันธุ์ ต้นใหม่บ้างเก่าบ้าง เม็ดแดงบ้างเหลืองบ้าง ข้อห่างบ้างสั้นบ้าง ต้นดีบ้างโทรมบ้าง แสดงให้เห็นว่านี่เป็นไร่ที่มีการปลูกกาแฟมายาวนานกว่า 20 ปี
![]()
![]()
เดินกันจนหายใจฟืดฟาดก็มาถึงด้านบน มีอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กไว้สำรองน้ำที่ไหลออกมาจากร่องหิน แล้วปล่อยลงตามท่อไปยังจุดต่างๆ ในหมู่บ้าน
![]()
ทีนี้มาดูการเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวกันบ้าง ซึ่งผมก็ได้เห็นจริงๆ ว่าเรื่องนี้ยังมีปัญหาอยู่มาก และทำให้คุณภาพของกาแฟที่ได้ค่อนข้างแย่ คือมีกลิ่นรสที่ไม่สะอาด
![]()
![]()
ประการแรกคือเรื่องการรักษาผลสดที่เก็บได้ ที่จริงจะต้องรีบโม่เปลือกออกทันทีภายในเย็นวันนั้น แต่บางทีถ้าเกษตรกรมีธุระก็จะทิ้งไว้จนวันรุ่งขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิด ferment ได้ ถ้าจำเป็นต้องค้างคืนจริงๆ ให้เอาแช่น้ำไว้จะดีกว่า ยิ่งหนักกว่านั้น ผมเห็นบางที่เอากระสอบไปวางกองบนดิน ก็จะมีกลิ่นขี้ดินปนขี้ไก่ขี้หมูติดมาได้ รายละเอียดตรงนี้ไว้จะเขียนให้ชัดขึ้นในครั้งหน้าครับ
สอบถามน้องคนที่กำลังโม่กาแฟอยู่ว่าวันนี้ได้ค่าแรงเท่าไหร่ เขาบอกว่านี่เป็นกาแฟของเขาเอง เอามาโม่ที่บ้านพี่คนนี้ ผมถามอีกสองสามอย่างเรื่องการล้างหมักกาแฟ เขาบอกว่าไม่เป็นไร ทำอย่างที่เขาทำอยู่ก็ได้ ผมถามว่าขายกาแฟให้ใคร เขาบอกว่าสตาร์บัคส์ ก็ไม่รู้ว่าเขาเคยเห็นสตาร์บัคส์ไหมว่ามันเป็นดาวดวงไหนอยู่ข้างกลุ่มดาวลูกไก่หรือดาวจรเข้ แต่คิดว่าเขาคงเคยเห็นคนที่มาจากสตาร์บัคส์ที่มาช่วยเขาสร้างโรงเรียนเพราะผมเห็นมีรูปถ่ายพร้อมโลโก้นางเงือกเปลือยอกติดอยู่ในบ้านที่เป็น home-stay หลายรูปอยู่เหมือนกัน
ผมตัดสินใจอยู่สองวินาที กลับบ้านดีกว่า เพราะที่นี่ดูเหมือนจะไม่ต้องการเราแฮะ พี่คนที่ติดต่อไว้ก็ยังไม่กลับมาเลย ตั้งใจว่าจะคุยด้วยนิดหน่อย แต่เอาไว้โทรคุยกันก็ได้ เลยรีบบึ่งรถลงจากดอยก่อนพระอาทิตย์จะลับสันเขาไป
จบบริบูรณ์





นับเป็นก้าวใหม่อีกก้าวของ BEL ก้าวที่ใกล้ชิดผูกพันธ์กับชาวสวนกาแฟ ใช้เวลาบ้างแต่จุดหมายอีกไม่ไกลแล้ว...เป็นกำลังใจให้ครับ
ยอดเยี่ยมมากๆเลย ขอให้ทำแบบนั้อีกบ่อยๆ จะคอยติดตามครับ
ขอนิดเดียวเพิ่มขนาดfontหน่อยได้ใหมครับ
thank you verymuch
โอ้วว พี่บุ๊งมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาเบลนของตัวเองจริงๆ