ความหวานกับกาแฟไทย

| | Comments (13)
ช่วงนี้กำลังตื่นเต้นกับกาแฟที่เพิ่งได้มาใหม่ ไม่ว่าจะเป็นกาแฟไทยหรือกาแฟนอกก็ดาหน้าเข้ามาให้คั่วเล่นเบลนด์จริงกันหลายตัว ได้เทสต์กาแฟค่อนข้างเยอะจนมึน ไม่ว่าจะเป็นคั่วเข้มคั่วอ่อน เทสต์คนเดียว เทสต์กะลูกค้า คุยกะลูกค้าที่ส่งไปให้เทสต์ ก็เล่นเอางงไปพอสมควร ตะกี๊นี้เองก็ได้อ่านจากบล็อกของเจมส์ ฮอฟแมน แชมป์บาริสต้าโลกคนปัจจุบันเกี่ยวกับเรื่องรสชาติที่หลากหลายของเอสเพรสโซ ทำให้นึกถึงว่า แม้ว่าแต่ละคนจะมีรสนิยมต่างกัน แต่ธรรมชาติก็ได้ให้มนุษย์เรามีสัญชาตญาณในเรื่องรสชาติที่คล้ายกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายพบกับอันตรายหากกินอะไรผิดเข้าไป
ร่างกายเราถูกฝังข้อมูลไว้ให้ปกป้องตัวเองจากรสเปรี้ยวและรสขม เพราะรสเปรี้ยวคือกรดที่เป็นพิษหรือของเน่าเสีย ส่วนรสขมคือด่างเข้มข้น ยา และคาร์บอน เมื่อรวมกับประสาทสัมผัสเรื่องกลิ่น มนุษย์เราก็มีสัญชาตญาณที่บอกเราว่า ไอ้ของแบบนี้กินไม่ได้นะ และถ้าเราสังเกตของที่มนุษย์ชอบกินทุกอย่างจะพบว่ามีรสหนึ่งปนอยู่ มากบ้างน้อยบ้าง นั่นคือรสหวาน กินข้าวเปล่าๆ ก็หวาน กินผลไม้ก็จะมีรสหวานปน ถ้าผลไม้นั้นยังไม่สุกก็ต้องเอารสหวานไปตัด เช่นมะม่วงน้ำปลาหวาน ต้มยำจะเปรี้ยวอย่างเดียวก็ไม่ได้ ผัดไทก็ต้องใส่น้ำตาลปี๊บกับน้ำมะขาม ดังนั้น ผมขอสรุปง่ายๆ เอาเองว่า กาแฟที่ดีก็ต้องมีรสหวานนำ ซึ่งก็ตรงกับที่นักชิมกาแฟทั่วโลกเห็นพ้องต้องกัน ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบเอสเพรสโซ หรือรูปแบบใดๆ ก็ตาม

ประเด็นคือ กาแฟไทยเท่าที่ผมได้เคยสัมผัสยังอ่อนหวาน ไม่ใช่ในความหมายที่ว่าบาริสต้าปรุงความหวานได้ไม่ถึงที่กำหนดไว้ในสูตร แต่หมายความว่าโดยธรรมชาติของกาแฟยังมีความหวานไม่พอ แม้จะคั่วยังไงก็ไม่ได้รสหวานนำ ปัญหานี้มันอยู่ในสายพันธุ์ ซึ่งก็เหมือนกับผลไม้อื่นๆ ทั่วไป ผมเคยซื้อน้ำส้มคั้นในซูเปอร์มาร์เก็ตมาหลายๆ กล่องเอามาชิมดู เลือกที่เขาบอกว่าคนละพันธุ์กัน ก็พบว่าแต่ละตัวมีความหวานแทรกอยู่ในนั้นแตกต่างกันออกไป บางกล่องเป็นหวานอมเปรี้ยว บางกล่องหวานเค็มๆ บางกล่องหวานอย่างเดียว พอรวมกับกลิ่นก็ยิ่งรู้สึกว่าบางกล่องอร่อยกว่าบางกล่อง ข้าวเหนียวมะม่วงก็ยังต้องเลือกกินกับน้ำดอกไม้ที่หวาน แต่ถ้ากินดิบๆ จิ้มพริกกะเกลือก็ต้องอกร่อง บางคนก็ชอบทุเรียนหมอนทองมากกว่าก้านยาว แล้วนับประสาอะไรกับกาแฟจะมีคาติมอร์และอื่นๆ

ในอิตาลีเขาจะชอบเบลนด์ด้วยกาแฟบางสายพันธุ์ เพราะสายพันธุ์นั้นมีจุดเด่นคือรสหวาน แล้วผสมด้วยกาแฟสายพันธุ์อื่นๆ เพื่อให้ได้กลิ่นรสที่กลมกล่อมขึ้น ส่วนกาแฟไทยมีจุดเด่นที่รสเปรี้ยว พอคั่วเข้มขึ้นอีกหน่อยแทนที่จะหวานก็ดันมีรสเค็ม พอเข้มขึ้นอีกให้ความเค็มหายไปก็เหลือแต่ความขม คนคั่วกาแฟหลายคนจึงชอบคั่วเข้มมากๆ หรือใช้กาแฟเก่าค้างปีเพราะความเปรี้ยวมันหายไป พร้อมๆ กับกลิ่นรสหลายอย่างที่หายไปด้วย และพร้อมๆ กับกลิ่นรสอันไม่พึงประสงค์หลายอย่างที่ปรากฏขึ้นมา ถ้าเราอยากเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค จากชอบกาแฟเย็นเข้มข้นหวานมัน มาดื่มกาแฟที่เป็นกาแฟจริงๆ คือเอสเพรสโซถ้วยเล็กๆ ที่เข้มข้นหวานมันเหมือนกัน ผมว่าเราต้องเปลี่ยนสายพันธุ์ที่ปลูก (ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้) หรือสร้างเบลนด์ขึ้นใหม่โดยไม่คำนึงว่าจะต้องใช้กาแฟไทยอย่างเดียว ถ้าทำได้ถึงจุดนี้ผมว่าข้ออ้างที่ว่าบ้านเราเป็นเมืองร้อนต้องดื่มของเย็น หรือที่ว่าวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเราสืบทอดมาจากกาแฟโบราณ ก็ไม่ค่อยมีน้ำหนักเท่าใด

แต่ความยากของการเบลนด์กาแฟคือมันมีตัวแปรหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้องมากเกินไป กาแฟบางตัวเวลาคัปปิ้งรสชาติไม่ได้เรื่อง แต่พอชงเป็นเอสเพรสโซแล้วกลับวิเศษเลิศเลอ กาแฟบางตัวเวลายังไม่ดีแกสเต็มที่รสชาติไม่เอาไหน แต่พอผ่านไปสามวันกลับหวานจับใจ กาแฟบางตัวคั่วเข้มรสดี บางตัวคั่วอ่อนรสดี บางตัวคั่วเร็วรสดี บางตัวคั่วช้าดีกว่า กาแฟรสดีบางตัวเข้ากันแล้วไม่ไหว กาแฟรสไม่ดีหลายตัวผสมกันแล้วดีขึ้น กาแฟบางตัวควรคั่วแล้วเบลนด์ บางตัวควรเบลนด์แล้วคั่ว ผมคั่วกาแฟไทยจากแหล่งเพาะปลูกเดียวอยู่หนึ่งปีเต็มๆ จึงรู้ว่ากาแฟตัวนี้ควรคั่วยังไง พอได้มาจากแหล่งเพาะปลูกอื่นบ้างก็ไม่ยากนักเพราะรสชาติมันคล้ายกันมาก แต่พอมีกาแฟนอกตัวอื่นมาให้เบลนด์ก็ต้องมาจับจุดกันใหม่เพราะมันแตกต่างกันชัดเจน ยิ่งมีจากหลายประเทศก็ยิ่งยากขึ้นเรื่อยๆ มิน่า พวกอิตาเลียนจึงหวงนักหวงหนาเรื่องสูตรการเบลนด์ เพราะจากประสบการณ์สืบทอดหลายชั่วอายุคน เขาสามารถเอากาแฟดีบ้างไม่ดีบ้างมาเบลนด์กันแล้วให้มีรสดีได้ในราคาไม่แพง ชงอร่อยในทุกเครื่อง ซึ่งต่างจากโรงคั่วหัวก้าวหน้าในอเมริกาหรือยุโรปที่เอาแต่กาแฟดีๆ มาผสมกัน แล้วเขียนส่วนผสมโชว์ไว้ที่หน้าซอง แต่ราคาก็แพงขึ้นมากด้วย

วัฒนธรรมการดื่มกาแฟชงสดของไทยเขย่งก้าวกระโดดจากกาแฟโบราณมาเป็นเอสเพรสโซทันที เรามาร่วมกันให้คนไทยได้ดื่มกาแฟเอสเพรสโซดีๆ กันเถอะครับ ทำให้ใจกว้าง ลับประสาทสัมผัสให้คม แล้วก้าวไปข้างหน้า อย่าลงทุนกันเป็นแสนเป็นล้านแล้วชงกาแฟรสชาติเหมือนกาแฟโบราณอยู่เลยนะจ๊ะ

13 Comments

skipper said:

ผมก็อยากให้คนไทยหันมาดื่มกาแฟร้อนกันมากขึ้น

แต่เอสเพสโซ่ในร้านทั่วไปในเมืองไทย ยังขมนำมาก่อนเป็นหลัก(จากที่ได้ชิมมา)

ส่วนใหญ่จะใช้แบบคั่วเข้ม ทั้งชงเย็นกละร้อน รสชาติเลยจะออกมาหนักๆ

Ari Author Profile Page said:

สวัสดีครับ...

"เอสเพรสโซ่ถ้วยเล็ก รสเข้มข้นหวานมัน" ถ้าปรุงได้เช่นนั้น จะไทย จีน ฝรั่งก็คงนิยมกันทั่ว รอ"Timeless" อยู่ครับ

คิดว่าเอสเพรสโซ่ถ้วยเล็กสำหรับคนไทยคงใช้เวลาอีกพอควร เหมือนฝรั่งที่ไม่ชอบรสแซ่บแบบไทย ก็ค่อย ๆ ปรับไป แต่วันนี้คนไทยก็นิยมดื่มกาแฟกันแล้วเหมือนฝรั่งนิยมทานต้มยำกุ้ง แต่รสชาติกาแฟร้อนที่ไทยนิยมดื่มก็เป็นแบบไทย ๆ คือแบบเติมน้ำร้อนให้จางลง หรือใส่นมผสมลงไปให้จางรสขมเข้ม (ที่ไม่หวานมัน)และเพิ่มความมันจากนมสด เหมือนต้มยำกุ้งรสไม่เผ็ดเปรี้ยวแบบฝรั่ง แค่นี้ผมก็ดีใจแล้ว

ประเด็นของผมคือจะดื่มถ้วยเล็กถ้วยโตได้ทั้งนั้น แต่ถ้าเป็นถ้วยโตก็ต้องมาจากหัวเชื้อดี ๆ (เอสเพรสโซ่) ยิ่งเจ้าถ้วยเล็กได้รสอย่างที่ฝันคือเข้มข้นหวานมัน รับรองได้เลยว่าเอามาปรุงเป็นถ้วยโตแบบอเมริกาโน ลาเต้า คาปูฯ หรือมอคค่า รสดีทวีขึ้นแน่นอนและดื่มกันได้แบบไม่ต้องใส่น้ำตาลเสียด้วย จริง ๆ แล้วกาแฟจาก BEL ปัจจุบันที่เคยดื่มที่ร้าน BEL กับที่ซื้อมาจำหน่ายที่ร้านตัวเอง พอใส่นมแต่ไม่ใส่น้ำตาลก็ได้รสชาติหอม มัน หวานนิด ๆ (อย่างน้อยก็ไม่ขมแล้วกัน)อร่อยดี ผมชอบ

รอของอร่อยกว่านี้อยู่ครับ

Suksit said:

ผมว่ากาแฟร้อนถ้วยใหญ่เนี่ยอาจไม่เหมาะเท่าไหร่ครับ เพราะดื่มแล้วยิ่งร้อน นอกจากบรรยากาศดีๆ หรือเปิดแอร์ ก็พอไหว แต่ถ้าเป็นเอสเพรสโซเนี่ย สามารถแวะเข้าไปกรึ๊บเพื่อเติมพลังงานได้ สั้นๆ ไวๆ ไม่ร้อนเกิน

ส่วนเรื่องคำว่า "เข้มข้นหวานมัน" ผมกลัวจะเข้าใจไปว่าเหมือนกาแฟเย็นใส่นมข้นหวาน เติมครีมเทียม ใส่น้ำเชื่อม นะครับ "เข้มข้น" ก็คืออัดแน่นไปด้วยกลิ่นรส ไม่ใช่ขมเข้ม "หวาน" ก็คือหวานในธรรมชาติกาแฟ มันจะอมเปรี้ยวนิดๆ ส่วน "มัน" คือบอดี้ครับ

sam said:

อ่านแล้วผมก็เค้าใจในความรู้สึกของคนที่ชี่นชมรสชาตของกาแฟแท้จริงอย่างคุณบุ๊ง ผมก็เป็นคนนึงที่แทบจะไม่ดื่มกาแฟเย็นเลยเช้ามาก็ต้องบูทด้วยเอสเพรสโซ่ร้อนเพียวๆสองแก้ว ผมว่าคงต้องทำใจและต้องใช้เวลาอีกนานกว่าเราจะเปลี่ยนนิสัยการดื่มกาแฟของคนไทย ผมว่ามันฝังลึกลงไปในรากเง้าและวัฒนธรรมการบริโภคของเรามานานแล้วว่าดื่มอะไรก็ต้องใส่น้ำแข็งไม่ใช่เฉพาะกาแฟนะครับ ตอนอยู่เมืองนอกดื่มเบียร์ไม่เคยเห็นใครขอน้ำแข็ง พอกลับมาใหม่ก็งงๆเหมือนกันพี่ไทยเราใส่น้ำแข็งในเบียร์ด้วยขนาดแค่ไฮเนเก็นอ่อนๆยังไส่แล้วมันจะรู้รสกันไหมหลังๆมาก็เริ่มเข้าใจว่าอากาศมันร้อนทำให้เบียร์ไม่เย็น ตอนเปิดร้านใหม่ๆก็พยายามเชียร์ให้ลูกค้าดื่มกาแฟร้อนแต่ก็ไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่กลัวลูกค้าจะเบื่อเอาก็เลยต้องกินยาทำใจ ตอนนี้ทำได้แค่เปลี่ยนให้ลูกค้าดื่มลาเต้เย็นแทนกาแฟเย็นแบบไทยที่เน้นหวานมันส์ ผมว่าคนไทยยังสับสนกับคำว่าเข้มข้นของกาแฟอยู่ ที่ร้านผมเช้ามาแทบไม่มีใครสั่งกาแฟร้อนเลย วันไหนใครสั่งเอสเพรสโซ่ร้อนนี่ผมจะดีใจมากเลย เช้านี้ก็มีเรื่องขำๆครับ ลูกค้าผู้หญิงเดินเข้ามาและสั่งเอสเพรสโซ่ร้อนผมก็ถามย้ำอีกครั้งว่าร้อนหรือเย็นครับ ลูกค้าตอบว่าร้อนผมก็ดีใจแต่เธอพูดต่อว่าไม่หวานนะค่ะ งงเลยดิ เลยต้องอธิบายกันหน่อย ผมว่าคนไทยส่วนน้อยมากๆที่รู้และเข้าใจการ appreciate กาแฟจริงๆ สำหรับผมถ้าผมจะเสียเงิน 40-70 บาทสำหรับกาแฟผมจะต้องสั่งกาแฟร้อนอย่างเดียวเพื่อจะได้สัมผัส aroma body texture ของกาแฟนั้นๆให้สมกับเงินที่เสียไป ไม่งั้นผมว่าแวะ 7-11 แล้วซื้อ biride กระป๋องก็ได้คาเฟอีนเหมือนกันในราคาที่ถูกกว่าเยอะครับ ผมว่าการดื่มกาแฟมันเป็นศาสตร์และศิลป์คล้ายๆกับการดื่มไวน์ ขอจบแค่นี้และครับเปลืองเนื้อที่เยอะแล้ว ยังไงก็ขอให้คุณบุ๊งขายดีๆและสวัสดีปีใหม่ครับ

junior said:

ว่ากันเรื่องกาแฟเย็นนี่ คงจะมีหลากหลายความเห็นให้ได้อ่านและบอกเล่าประสบการณ์ของกันและกัน ที่ร้านส่วนใหญ่จะเจอแบบที่คุณแซมพูด ในมุมมองของคนดืมกาแฟที่รู้จักกาแฟจริงๆ คววมเข้มข้นหวานมัน เราจะพูดกันถึงรสชาติของกาแฟที่มีอยู่ตามธรรมชาติของสายพันธุ์ ในอีกมุมมองหนึ่งของคนบริโภคกาแฟเย็น ลูกค้าทั่วไปที่ไม่มีเวลาที่จะศึกษาให้ลึกซึ้งนั้น เข้มข้นหวานมันของเขา คือ นมข้น น้ำตาล ฯลฯ ยังมีอยู่น้อยมากที่จะดื่มแบบวัฒนธรรมฝรั่งกัน แต่ก็พอจะมีให้เห็นบ้าง แต่มีไม่ถึง 10% สำหรับลูกค้าคนไทยที่ร้าน แต่ถ้าวันไหนพบปะลูกค้าแบบคุณแซม ก็พยายามอธิบาย ให้ข้อมูลเท่าที่เราจะสามารถทำได้ค่ะ
มีวันหนึ่งลูกค้าเดินมาสั่งกาแฟเย็นขอหวานๆหน่อย ที่ร้านจะปรุงแบบหวานกลางๆ เพราะไม่อยากให้ลูกค้าทานหวานเกินไปเพราะไม่มีต่อสุขภาพในระยะยาว แต่ก็ปั๊มนมเพิ่มไปให้อีก 2 ปั๊มรวมแล้วเป็น 10 (โอ น่ากลัวจิง) แต่เพิ่มแล้วเพิ่มอีก ลูกค้าถามว่าหวานได้แค่นี้หรือ จนในที่สุดใส่ไปทั้งหมดประมาณ 15 ปั๊ม!!! ก็คงหวานมันถูกใจไปเรียบร้อย
หวังว่าสักวัน คนไทยจะหันมาบริโภคกาแฟอย่างมีคุณภาพมากขึ้น แม้จะต้องใช้เวลาบ้างก็ตาม

peech said:

ก่อนอื่นขอบคุณคุณบุ๊งที่ให้ยืมเครื่องชงกาแฟมาเล่นช่วงรอเครื่องจริงกับ กาแฟ 19bd ตอนนี้ผมได้สูตรที่ลงตัวสำหรับชงเย็นและปั่นแล้วครับ ด้วยการทดสอบตอนที่ไม่มีใครอยู่ในร้าน ผมตวงอัตราส่วนแล้วผสมเทใส่แก้วตั้งไว้ที่โต๊ะ แล้วให้คนหลายๆคนชิม ทุกคนลงความเห็นว่าใกล้เคียงแบรนด์ใหญ่และเหมือนอย่างแรง แม้หน้าตาจะไม่ไฮโซแต่ผ่านแน่นอนคอนเฟิมครับ แต่ถามนิดนึงเรื่องเครื่องหลังจากปรับแรงดันเครื่องแล้ว ทำช็อทซิงเกิลแล้วไหลค่อนข้างช้าครับ แล้วอุณหภูมิมันลดเร็วไปหน่อย ผมปรับให้มันใกล้ๆเลข 1 จะได้ไหมครับ ฟลัชน้ำมากหน่อยคงไม่เป็นปัญหาน่ะครับ
ปล.ชิมกาแฟบ่อยๆพะอืดพะอม มาที่ร้านจะเปิด cabernet suvivon เอาไว้ล้างปากแก้อาการเมากาแฟดีป่ะหุหุ

Suksit replied to peech's comment:

เรื่องผสมสูตรกาแฟเย็นเนี่ย ต้องบอกว่าอยู่ที่ฝีมือบาริสต้าครับ กับรสนิยมของคนชิมว่าเหมือนกันหรือไม่ อย่างนี้แสดงว่าคุณพีชปรับแต่งได้ถูกใจลูกค้าดีมากครับ

เรื่องซิงเกิลชอทเนี่ย ถ้ามันไหลช้าแสดงว่าอุณหภูมิมันสูงไปครับ (บนสันนิษฐานที่ว่าใช้ปริมาณกาแฟเท่ากันในแต่ละครั้ง) เดี๋ยวไว้ว่างๆ จะแวะเข้าไปดูให้ครับ

lilly said:

หนูว่าใครจะชอบกินกาแฟอะไรแบบไหนมันไม่น่าจะเป็นประเด็นนะ เหมือนคนไทยชอบกินข้าว ฝรั่งชอบกินขนมปัง มันมีที่มาที่ไปเยอะมากกว่าความชอบหรือรสนิยมดีไม่ดี

คนไทยชอบกินกาแฟเย็นมันไม่แปลกเพราะบ้านเรามันอากาศร้อน กินเย็นๆหวานๆแล้วมันชื่นใจ ถ้ากินแล้วกลายเป็นคนรสนิยมไม่ดีมันก็แย่เนอะ

มีกี่คนที่ชอบกินเอสเพรสโซ่มีซักกี่คน แล้วในกี่คนนั้นมีความสุขในการกินก็เยี่ยมค่ะ แต่ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นจุดสุดยอดของการกินกาแฟ

หนูไม่ได้เข้ามาว่าหรือบ่นใครนะค่ะ แต่อ่านแล้วมันแปร่งๆถึงแม้ว่าจะเป็นความคิดเห็นส่วนตัวก็ตาม

Suksit replied to lilly's comment:

ยินดีน้อมรับความคิดเห็นของลิลลี่ครับ แต่ถ้าอ่านดูดีๆ ผมว่าไม่มีคอมเมนท์ไหนบอกว่าคนกินกาแฟเย็นรสนิยมไม่ดีนะครับ ผมเองก็กินกาแฟเย็นแทบทุกวัน เมื่อตอนสายยังกินเปปเปอร์มินท์มอคค่าแฟรปเป้อยู่เลย (145 บาท ยืนดูเขาทำอยู่ เทส่วนผสมแฟรบเป้ลงในโถปั่นจนถึงขีด ตักน้ำแข็งหนึ่งถ้วยตวง ปั๊มชอคโกแลตหนึ่งที ปั๊มมินท์สองที ปั่นโลด กำไรโคดโคด)

ผมบอกว่าคนทุกคนมีความนิยมในเรื่องรสเหมือนกัน คือรสหวาน คนไทยกินกาแฟโบราณก็หวาน อิตาเลียนกินเอสเพรสโซก็ใส่น้ำตาล บางคนไม่ชอบหวานมากก็ใส่น้ำตาลน้อยหน่อย เหมือนคนไทยเวลาสั่งกาแฟบอกอย่าหวานมากนะคะ ประมาณนั้น

การกินกาแฟเอสเพรสโซไม่ใช่จุดสุดยอดของการกินครับ เห็นด้วยกับลิลลี่ร้อยเปอร์เซ็นต์ จุดสุดยอดของการกินกาแฟก็ไม่ใช่กินกาแฟแพงๆ โลละเป็นหมื่นๆ แต่เป็นการกินแล้วมีความสุขครับ กินแล้วสัมผัสได้ถึงฝีมือคนชง คนคั่ว คนปลูก ฯลฯ แต่สำหรับคนคั่วกาแฟอย่างผม เอสเพรสโซนี่ถือเป็นสุดยอดครับ ถ้าคั่วและเบลนด์กาแฟเอสเพรสโซออกมาได้ดีนี่มีความสุขมากครับ เพราะมันยาก ผมเองก็อยากให้คนที่กินเขามีความสุขกับผมด้วย ก็แค่นั้นเองครับ

ดีครับ ผมชอบคนที่มีความคิดเห็นแตกต่างแล้วกล้าแสดงออก มาเรื่อยๆ นะครับ

khem said:

วันนี้อุตส่าห์นั่งลุ้นลิเวอร์พูล ดันเจาะไม่เข้าเสียนี่ แต่ยังดีที่ได้เอสเพรสโซ่ดีๆ ให้เอมลิ้น

ระหว่างที่รอเอสเพรสโซ่เบลนด์ของเฮียบุ๊ง ผมและเครม่าคาเฟอีนแชร์กันซื้อกาแฟ 2 ถุงจากตาบั๊ก Arabian Mocha Sanani และ Ethiopia Sidamo ก่อนบอลเตะก็เลยโซ้ยเอสเพรสโซ่กัน ไม่ใช่หัวสูงไม่กินกาแฟไทย แต่เท่าที่ผมได้ลองกาแฟไทยมา กาแฟไทยดีๆ ที่จะมาทำเอสเพรสโซเจ๋งๆ ยังยากอยู่ ขอย้ำนะครับว่าไม่ได้ดูถูกกาแฟไทย ผมยินดีจ่ายแพงขึ้นถ้ามันอร่อยขึ้น

ด้วยราคาค่าตัวของเจ้ากาแฟทั้งสองถุงที่แพงใช่ย่อย ทำให้เราพยายามชั่งตวง บดและแทมป์ให้ปราณีตที่สุด เพื่อให้ได้ผงกาแฟพอชงได้ 14 ถ้วย (ดับเบิลชอท)สำหรับถุงหนึ่ง (250 กรัม)

เริ่มด้วย Ethiopia Sidamo ที่ชงชอทออกมาสวยทีเดียว ตามด้วย Arabian Mocha Sanani ออกจะไหลเร็วไปนิด เอสเพรสโซ่ทั้งสองถ้วยอร่อยทีเดียวครับ

หลังจากเราโซ้ยแบบซิงเกิลแล้ว ก็มาเบลนด์กันเล่นๆ โดยที่ผมนำผงกาแฟที่เหลือจากทั้งสองมายำกับ Kenya ของเฮียบุ๊งตามคำชักชวนของสหายเครม่าฯ คร่าวๆ Kenya ราว 55% Arabian Mocha Sanani และ Ethiopia Sidamo อย่างละ 22.5% เสียดายที่ชอทออกมาเร็วไป แต่เมื่อซดแล้วถือว่าน่าพอใจทีเดียว กลิ่น Kenya พุ่งปรี๊ดขึ้นจมูก ถ้าลด Kenya ให้น้อยลงกว่านี้น่าจะดี

ระหว่างนั่งดูบอลไป ความหวานเริ่มปรากฎ แม้จะผ่านล่วงไปนานหลายนาที ความหวานที่ลิ้นและกระพุ้งแก้มยังไม่เลือน ความอร่อยมวนเคลือบไปตามลำคอ นี่แหละครับที่ทำให้ผมหลงใหล "เอสเพรสโซ่"

หลังจากบอลจบ แม้ลิเวอร์พูลจะไม่ชนะ และแต้มก็ยังห่างกับจ่าฝูงเป็น 10 แต้ม แต่ด้วยเอสเพรสโซ่ดีๆ (แม้จะยังไม่เจ๋งถึงใจ) ก็ทำให้มีความสุขละครับ ยังคุยกับสหายเครม่าอยู่เลยครับว่า เราน่าจะหากาแฟทางละตินอเมริกามาเบลนด์เพิ่มอีกซักตัว มาลองชงลองชิมกันเอง

ยังรอเบลนด์ของเฮียบุ๊งอยู่นะครับ จะได้สบายกระเป๋า และเอมลิ้น

Suksit replied to khem's comment:

เคนยากับเอสเพรสโซนี่ถือเป็นของแสลงครับ ยิ่งใส่เยอะๆ ยิ่งต้องระวัง อย่าง James ที่ใช้เคนยาเป็น Single Origin Espresso ตอนแข่ง WBC ยังต้องคั่วด้วยเทคนิคที่แตกต่างจากการคั่วกาแฟทั่วไป เพื่อลด acidity ลงแต่คงความเป็นเคนยาไว้

ส่วนลิเวอร์พูลนั้น ผมว่าถ้าเปลี่ยนราฟาออกน่าจะช่วยแก้ปัญหาได้หลายอย่างนะครับ อิอิ

Chocco_Vanila said:

ถ้าพี่บุ้งอยากเปลี่ยน ราฟาออก ผมแนะนำกุนซือมือฉมังชาวอังกฤษ นาม แซม อาลาไดซ์ครับ ถูกใจชาวหงส์แน่ครับ เล่นไม่สวยขอชนะบ่อย

Suksit said:

อยากได้คลิ้นส์มันมากกว่านะ เล่นเกมรุกสวยงามไปเลย ชนะหรือแพ้ไว้อีกที ตอนนี้มันดูขัดๆ ยังไงชอบกล

Leave a comment

About this Entry

This page contains a single entry by Suksit published on December 25, 2007 7:53 AM.

เปิดชิมกาแฟ was the previous entry in this blog.

นามนั้นนิยาม นามนั้นนิยม is the next entry in this blog.

Find recent content on the main index or look in the archives to find all content.

Recently Commented On

Powered by Movable Type 4.12