สมการ (ต่อ)
ตอนนี้ได้ใช้เครื่องที่มีภาษาไทยซักที ก็มาอัพเดตตามสัญญาเรื่องสมการเอสเพรสโซ วันนี้ขอเสนอหัวข้อแรกครับ นั่นคือ คุณภาพของกาแฟที่ใช้
มาอเมริกาคราวนี้ได้ชิมเอสเพรสโซค่อนข้างน้อย เพราะอยู่ทางฝั่งตะวันออกของทวีป กระแสนิยมกาแฟเอสเพรสโซไม่โด่งดังและมีตัวเลือกมากมายเท่าฝั่งตะวันตก แต่ก็ได้ชิมกาแฟดีๆ อยู่เกือบทุกวัน ซึ่งร้านกาแฟคุณภาพที่ผมได้ชิมส่วนใหญ่เลือกใช้กาแฟจาก intelligentsia
มาอเมริกาคราวนี้ได้ชิมเอสเพรสโซค่อนข้างน้อย เพราะอยู่ทางฝั่งตะวันออกของทวีป กระแสนิยมกาแฟเอสเพรสโซไม่โด่งดังและมีตัวเลือกมากมายเท่าฝั่งตะวันตก แต่ก็ได้ชิมกาแฟดีๆ อยู่เกือบทุกวัน ซึ่งร้านกาแฟคุณภาพที่ผมได้ชิมส่วนใหญ่เลือกใช้กาแฟจาก intelligentsia
intelligentsia จะให้ความสำคัญกับคุณภาพของกาแฟคั่วมาก เขาจะใช้คั่วใหม่สดตลอดเวลา กาแฟที่ใช้ในร้านจะใส่ไว้ในถังพลาสติกเพราะเพิ่งคั่วเสร็จเมื่อวานหรือสองวันก่อน การเก็บในถังจะสามารถทำให้กาแฟคายก๊าซได้เร็วขึ้น ส่วนลูกค้าที่สั่งกาแฟของ intelli ไปชงขาย จะได้แบบที่แพคมาในถุงกระดาษ ร้านกาแฟบางร้านชอบใช้กาแฟนับไปวันที่ 5 หลังจากวันคั่ว เพราะเขาพบว่ารสชาติเริ่มนุ่มนวลขึ้นและกลิ่นเริ่มสมบูรณ์ที่สุด แต่กาแฟที่ใช้วันที่ 5 อย่างนี้ก็ต้องเก็บในสภาพที่ปกป้องกาแฟมากกว่าซองกระดาษหรือถังพลาสติก ควรสอบถามผู้คั่วว่าเบลนด์นี้เบลนด์นั้นควรเริ่มใช้เมื่อวันที่เท่าไหร่ รายละเอียดเรื่องนี้ผมมีเขียนไว้ในเรื่อง "อายุกาแฟคั่ว" แล้วครับ
ดังนั้น...
ตัวแปรแรกที่เกี่ยวข้องในสมการ = การคายก๊าซ
เมื่อกาแฟคายก๊าซออกไปจนถึงจุดที่ได้กลิ่นรสสมบูรณ์ที่สุดแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแต่คุณสมบัติของกาแฟจริงๆ ให้พิจารณากัน คำถามที่ต้องตอบคือ
รายละเอียดเรื่องการคั่วกาแฟนี้มีมากและก็สามารถเขียนได้อีกหลายปีไม่มีวันจบ และไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับเนื้อหาเรื่องสมการแล้ว จึงขอไม่ลงรายละเอียดไปกว่านี้ครับ เอาเป็นว่า ถ้ากาแฟที่ใช้มีคุณภาพดี คั่วโดยโรงคั่วที่มีความตั้งใจและสามารถ ปล่อยให้คายก๊าซพอสมควรแล้ว บาริสต้าก็มีสิ่งสำคัญอันดับแรกอยู่ในความควบคุม ที่เหลือก็มาต่อกันศุกร์หน้าแล้วกันครับ
ดังนั้น...
ตัวแปรแรกที่เกี่ยวข้องในสมการ = การคายก๊าซ
เมื่อกาแฟคายก๊าซออกไปจนถึงจุดที่ได้กลิ่นรสสมบูรณ์ที่สุดแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแต่คุณสมบัติของกาแฟจริงๆ ให้พิจารณากัน คำถามที่ต้องตอบคือ
- กาแฟดิบที่นำมาใช้มีคุณภาพด้านรสชาติดีแค่ไหน (สาเหตุที่ผมต้องไปเรียนชิมกาแฟ)
- การคั่วทำให้กาแฟรสชาติแย่ลง หรือดึงเอาลักษณะที่แท้จริงของกาแฟออกมา (สาเหตุที่ต้องซื้อเครื่องคั่วใหม่)
- การเบลนด์กาแฟทำได้กลมกล่อมดีหรือไม่ (สาเหตุที่ต้องใช้กาแฟนอก)
- กาแฟแต่ละล็อตรสชาติสม่ำเสมอหรือไม่ (สาเหตุที่ต้นทุนสูง)
รายละเอียดเรื่องการคั่วกาแฟนี้มีมากและก็สามารถเขียนได้อีกหลายปีไม่มีวันจบ และไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับเนื้อหาเรื่องสมการแล้ว จึงขอไม่ลงรายละเอียดไปกว่านี้ครับ เอาเป็นว่า ถ้ากาแฟที่ใช้มีคุณภาพดี คั่วโดยโรงคั่วที่มีความตั้งใจและสามารถ ปล่อยให้คายก๊าซพอสมควรแล้ว บาริสต้าก็มีสิ่งสำคัญอันดับแรกอยู่ในความควบคุม ที่เหลือก็มาต่อกันศุกร์หน้าแล้วกันครับ





"มาอเมริกาคราวนี้ได้ชิมเอสเพรสโซค่อนข้างน้อย เพราะอยู่ทางฝั่งตะวันออกของทวีป กระแสนิยมกาแฟเอสเพรสโซไม่โด่งดังและมีตัวเลือกมากมายเท่าฝั่งตะวันตก แต่ก็ได้ชิมกาแฟดีๆ อยู่เกือบทุกวัน ซึ่งร้านกาแฟคุณภาพที่ผมได้ชิมส่วนใหญ่เลือกใช้กาแฟจาก intelligentsia"
Can you tell me which one you had and your opinion krub?
I believed I had Flor Azul™, Nicaragua from Clover and I bought a bag of Flecha Roja™, Costa Rica back home.
Nicaragua tastes pretty much like what I had in this part of the world. However, Flecha Roja tastes different from La Minita and other Costa Rica I had before. I don't really like its 'mucilage' slimy taste of the liquid though other taste, ie acidity, was OK.
I had one ristretto and latte which, I believe, used Black Cat bean. It was OK, ie rather mild to flat vs. what I had in this part of the world.
วันแรกผมไป metropolis ก่อนครับ สั่งดับเบิลชอทคาปู ขนาด 8 ออนซ์ ผมเคยกินแบบนี้ที่ stumptown แต่เป็น 5 ออนซ์ ปรากฎว่าไม่ชอบเพราะเอสเพรสโซมันโดดมาก ไม่นุ่ม รสชาติเหมือนนมบูด แต่คราวนี้ขนาด 8 ออนซ์ คำนวนดูแล้วน่าจะพอรับได้ ปรากฎว่าแย่พอๆ กันครับ ฟองไม่นุ่มเลย จึงต้องซื้อ redline espresso กลับมา
วันที่สองไป intelligentsia สาขาแรกที่ broadway ได้รับบทเรียนแล้วครับ คราวนี้เลยสั่งดับเบิลชอทลาเต้ ขนาด 12 ออนซ์ ปรากฎว่านุ่มกว่ามาก เลยตามไปซัด single shot อีกที โดยส่วนตัวผมชอบ black cat เอสเพรสโซอยู่แล้วครับ มันไม่ติดเปรี้ยวเหมือนฝั่งตะวันตก (น่าจะไม่เหมือน metropolis ด้วย) ก็เลยแฮปปี้ครับ
วันที่สามไป coffee studio แต่เช้า สั่ง Los Inmortales™, El Salvador จาก intelli เหมือนกัน แต่ชงจาก fetco ซึ่งเป็น drip machine ก็ชอบครับ แล้วไปเดินเล่น downtown จนเจอ intelligentsia สาขา millennium park ครับ สั่ง panama esmeralda จาก clover ตอนเสิร์ฟบาริสต้ามองหน้าแล้วบอกว่า you made a good choice ผมดมดูกลิ่นจะคล้ายเยอร์กาเชฟเฟดีๆ หวานมาก บอดี้กลางๆ ดีครับ แต่จุดเด่นคือสะอาดนุ่มนวลมาก นั่งละเลียดหลบลมหนาวอยู่ครึ่งชั่วโมง แม้จะเย็นลงแล้วแต่รสชาติไม่มีเปลี่ยนเลย แจ๋วมาก
บรรยายได้อารมณ์จริงๆอ่านไปน้ำลายสอไปไม่ทราบว่ามีเจ้า panama esmeralda ติดกลับมาบ้างไหมครับ
ไม่มีปัญญาซื้อครับ ขนาดดื่มที่ร้านยังถ้วยละห้าเหรียญกว่า ราคาขายครึ่งปอนด์ 30 เหรียญ คิดคร่าวๆ ตกกิโลละ 120 เหรียญ กลับไปคั่ว yirga cheffe กินเองดีกว่า
พี่บุ๊งเป็นยอดนักแสวงหาจริงๆ