ก้าวสู่คุณภาพที่ดียิ่งขึ้น

| | Comments (7)
อย่างที่ได้เรียนไปแล้วว่าปีนี้มีโครงการหลายอย่างที่จะต้องใช้เงิน เปล่า เปล่า ไม่ใช่ใช้เงินไปหมั้นหมายสาวที่ไหน แต่เป็นโครงการบันไดสามขั้นในการพัฒนาคุณภาพกาแฟที่ผมคั่วส่งลูกค้าผู้มีอุปการะคุณทุกท่านให้ดียิ่งขึ้น

ขั้นแรกที่ผมได้ทำไปแล้ว คือเครื่องคั่วตัวใหม่ที่มีความสามารถมากกว่าเดิม สาเหตุที่จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องคั่วก็เพราะว่าความต้องการกาแฟคุณภาพดีเยี่ยมของลูกค้ามีมากขึ้นเรื่อยๆ กาแฟไทยที่ผมคั่วจากเครื่องคั่วตัวเดิมประกอบเองนั้นเหมาะสมดีอยู่แล้ว แต่พอมาคั่วกาแฟนอกมากขึ้น ก็พบได้ถึงข้อจำกัดหลายๆ อย่างทำให้ต้องไปถอยเครื่องคั่วตัวใหม่จากยุโรป ตอนนี้อยู่ระหว่างการสร้าง ได้ข่าวว่าจวนจะเสร็จแล้ว น่าจะใช้การได้เต็มประสิทธิภาพเดือนมิถุนายนนี้
foil bag.jpg
ขั้นที่สองคือเปลี่ยนแพคเกจจิ้งใหม่ เพื่อให้การจัดการเรื่องสินค้าคงคลังและตอบสนองคำสั่งซื้อของลูกค้าเป็นไปได้ดีขึ้น โดยที่ไม่ประนีประนอมในเรื่องคุณภาพของกาแฟ ผมกำลังทดสอบถุงฟอยล์แต่ละแบบว่าสามารถป้องกันกาแฟจากสภาพแวดล้อมได้ดีแค่ไหน และกาแฟจะสามารถคงกลิ่นที่ดีอยู่ได้นานเพียงใด เมื่อพบวัสดุที่เหมาะสมก็จะจัดพิมพ์ให้ดูดีมีชาติตระกูลต่อไป

ปัจจุบันผมพยายามท้าทายลูกค้าให้สั่งกาแฟให้ใหม่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่พบว่าที่จริงแล้วใหม่มากไม่ได้หมายความว่าดีมากเสมอไป กาแฟส่วนใหญ่จะมีรสชาติดีนุ่มนวลเมื่อผ่านวันที่ห้าไปแล้ว หลายครั้งลูกค้าขายดีกาแฟไม่พอ ผมก็ต้องคั่วให้ก่อนวันที่เป็นวันคั่วประจำสัปดาห์ ไอ้ที่คิดว่าจะประหยัดก็ไม่ได้ประหยัด เพราะลูกค้าต้องมาก่อน และเวลาเอาไปชงก็ไม่ได้รสชาติที่ดีนักเพราะกาแฟมันใหม่เกินไป เลยคิดว่าการมีกาแฟเตรียมไว้ให้พร้อมตลอดเวลาก็เป็นแนวคิดที่ดี มีเบลนด์ต่างๆ ไว้ให้เลือกซื้อไปทดลองชิมสำหรับลูกค้าใหม่ มีกาแฟสำรองเผื่อลูกค้าประจำตกอยู่ในภาวะฉุกเฉิน

ส่วนบันไดขั้นสุดท้ายเป็นอะไรไว้จะมาเฉลยตอนคิดออกครับ

7 Comments

thekop02 said:

สุดยอดจริงๆคุณบุ้ง...ไม่เคยเห็นใครมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพกาแฟขนาดนี้เลย

skipper said:

ยังไม่ได้สั่งกาแฟ พี่บุ๊ง มาลองเลยครับ

เดียวจะต้องขอลอง(ของ) หน่อยซะแล้ว

ปล. จะรอดูเครื่องคั่วตัวใหม่นะครับ

Suksit said:

แหะๆ เลือด qc เก่ามันแรงครับ เห็นช่องว่างเป็นไม่ได้ ต้องอุด

อยากให้เมื่อมือลูกค้าถือกาแฟเราแล้วมั่นใจครับ ว่ารสชาติดีเยี่ยม เสมอต้นเสมอปลาย เหมือนเวลาที่ผมหยิบกาแฟจากชั้นของโรงคั่วดังๆ อย่าง stumptown หรือ intelligentsia แม้กระทั่งโรงคั่วขนาดใหญ่ๆ อย่าง illy

boblam said:

"ใหม่มากไม่ได้หมายความว่าดีมากเสมอไป กาแฟส่วนใหญ่จะมีรสชาติดีนุ่มนวลเมื่อผ่านวันที่ห้าไปแล้ว"

I heard similar argument before from Paul Pratt when I ordered his coffee a while back. So, I wonder what the "window" of good coffee is, ie from what day to what day after it was roasted.

For Intelligentsia, I think its package looks similar to Starbucks but very difficult to tear open (like potato chip bag). I had to cut the top out, leaving tiny room to fold down and use its own wire to keep the bag close. Or maybe I should keep the coffee in airtight container once opened?

Suksit replied to boblam's comment:

ซองจะฉีกง่ายหรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวฟิล์มด้านในครับว่าเป็นชนิดไหน ส่วนตัวผมคิดว่าถ้าฉีกง่ายเกินไปก็ไม่ดีครับ เพราะมันอาจจะหลุดง่ายก็ได้ (กรณีที่วันเวย์วาล์วไม่ทำงาน)

ผมเองซื้อขวลโหลที่มียางซีลด้านบนมาใส่กาแฟครับ แต่ใส่ลงไปทั้งถุงเลย

boblam said:

"ส่วนตัวผมคิดว่าถ้าฉีกง่ายเกินไปก็ไม่ดีครับ เพราะมันอาจจะหลุดง่ายก็ได้ (กรณีที่วันเวย์วาล์วไม่ทำงาน)"

I mentioned about it because it was the first time I had difficulty with the bag. Normally, I had no difficulty with bags from major chain.

My question with the jar is about the air left inside. For the bag, you can just get rid of all air after you open by squeeze it out until it flats and then folded (like toothpaste). For the jar, once you open and close, the air is already in there. I know the effect may be minimal but I wonder why do we go extra mile to get the additional container than the bag itself.

Leave a comment

About this Entry

This page contains a single entry by Suksit published on February 28, 2008 9:33 PM.

coffee festival 1 was the previous entry in this blog.

สมการ (ต่อ .....) is the next entry in this blog.

Find recent content on the main index or look in the archives to find all content.

Recently Commented On

Powered by Movable Type 4.12