แฟรปเป้
ปกติผมเป็นคนไม่ดื่มกาแฟเย็น ยิ่งพวกปั่นๆ นี่รู้สึกเอียนมาก เพราะมันหวานจัดและไม่หอมกาแฟเท่าที่ควร แถมยังไม่ดีต่อสุขภาพนัก จึงไม่ค่อยสนใจสูตรอะไรพวกนี้เท่าไหร่ แต่ช่วงนี้ก็ใกล้สงกรานต์แล้ว อากาศมันร้อน เลยขอพูดถึงอะไรเย็นๆ หน่อยดีกว่า
ปัญหาแรกๆ ที่ผมเจอเวลาทำกาแฟปั่นก็คือความหนืดของเครื่องดื่มครับ ตอนแรกๆ ก็ไม่เข้าใจว่ามันต้องใส่อะไรเท่าไหร่ เราก็เอากาแฟเย็นที่ชงเสร็จใส่ลงไปปั่นเลย ปรากฎว่าทิ้งไว้สักพักกาแฟมันเริ่มแยกชั้น รสชาติไม่เข้มข้น พยายามลองอยู่หลายวิธีก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนได้มาเจอผงแฟรปเป้ของคุณตู๋เอสเพรสโซแมน ได้รู้สูตรการปั่นกาแฟที่ถูกต้อง สัดส่วนของเหลว ของหนืด และของแข็งในการทำกาแฟปั่น
พอมาเปิดร้านไอศกรีม Sweet Guilt ได้ศึกษาเรื่องเจลาโต้ที่เป็นไอศกรีมแบบอิตาเลียนนิดหน่อย จึงได้รู้ว่าแท้จริงคำว่า frappè นี่มาจากภาษาอิตาเลียน แปลว่าเขย่า สรุปแล้วมันก็คือ milk shake นั่นเอง ในร้านตอนนี้เราก็เลยมีเจลาโต้ที่ปั่นกับกาแฟเอสเพรสโซ และเจลาโต้ที่ปั่นกับนมสดและผลไม้สด ลองปรับสูตรชิมกันจนได้กาแฟปั่นและนมปั่นรสเข้มข้นในถ้วยขนาด 12 ออนซ์
เหตุที่ต้องเป็น 12 ออนซ์เพราะเรื่องของต้นทุนครับ เราใส่เอสเพรสโซสองชอท (60 ซีซี รวมครีมา ราคาในเมนู 55 บาท) ไอศกรีมสองลูก (ประมาณ 150 กรัม ขายอยู่ 65 บาท) นมสดสองออนซ์ น้ำแข็งนิดหน่อย ปั่นออกมาได้ขนาด 12 ออนซ์เท่านั้น บอกตรงๆ อย่างเข้าข้างตัวเองว่ามันกลมกล่อมและเข้มข้นมากครับ ข้อดีคือวางทิ้งไว้ก็รสชาติไม่เปลี่ยนเพราะไม่มีน้ำแข็งให้ละลาย เคาะขายอยู่ราคา 95 บาทอาจจะดูแพงไปนิดสำหรับถ้วยเล็กๆ อย่างนี้ แต่รับรองว่าดื่มแล้วจะลืม frappè + cappuccino ของยักษ์เขียวไปเลย ส่วนมิลค์เชคผมใช้นมสด 4 ออนซ์ ใส่ผลไม้นิดนึง ราคาก็จะถูกกว่าคือ 75 บาทครับ คนที่มีไอศกรีมในร้านน่าจะลองทำดูนะครับ
สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ
ปัญหาแรกๆ ที่ผมเจอเวลาทำกาแฟปั่นก็คือความหนืดของเครื่องดื่มครับ ตอนแรกๆ ก็ไม่เข้าใจว่ามันต้องใส่อะไรเท่าไหร่ เราก็เอากาแฟเย็นที่ชงเสร็จใส่ลงไปปั่นเลย ปรากฎว่าทิ้งไว้สักพักกาแฟมันเริ่มแยกชั้น รสชาติไม่เข้มข้น พยายามลองอยู่หลายวิธีก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนได้มาเจอผงแฟรปเป้ของคุณตู๋เอสเพรสโซแมน ได้รู้สูตรการปั่นกาแฟที่ถูกต้อง สัดส่วนของเหลว ของหนืด และของแข็งในการทำกาแฟปั่น
พอมาเปิดร้านไอศกรีม Sweet Guilt ได้ศึกษาเรื่องเจลาโต้ที่เป็นไอศกรีมแบบอิตาเลียนนิดหน่อย จึงได้รู้ว่าแท้จริงคำว่า frappè นี่มาจากภาษาอิตาเลียน แปลว่าเขย่า สรุปแล้วมันก็คือ milk shake นั่นเอง ในร้านตอนนี้เราก็เลยมีเจลาโต้ที่ปั่นกับกาแฟเอสเพรสโซ และเจลาโต้ที่ปั่นกับนมสดและผลไม้สด ลองปรับสูตรชิมกันจนได้กาแฟปั่นและนมปั่นรสเข้มข้นในถ้วยขนาด 12 ออนซ์
เหตุที่ต้องเป็น 12 ออนซ์เพราะเรื่องของต้นทุนครับ เราใส่เอสเพรสโซสองชอท (60 ซีซี รวมครีมา ราคาในเมนู 55 บาท) ไอศกรีมสองลูก (ประมาณ 150 กรัม ขายอยู่ 65 บาท) นมสดสองออนซ์ น้ำแข็งนิดหน่อย ปั่นออกมาได้ขนาด 12 ออนซ์เท่านั้น บอกตรงๆ อย่างเข้าข้างตัวเองว่ามันกลมกล่อมและเข้มข้นมากครับ ข้อดีคือวางทิ้งไว้ก็รสชาติไม่เปลี่ยนเพราะไม่มีน้ำแข็งให้ละลาย เคาะขายอยู่ราคา 95 บาทอาจจะดูแพงไปนิดสำหรับถ้วยเล็กๆ อย่างนี้ แต่รับรองว่าดื่มแล้วจะลืม frappè + cappuccino ของยักษ์เขียวไปเลย ส่วนมิลค์เชคผมใช้นมสด 4 ออนซ์ ใส่ผลไม้นิดนึง ราคาก็จะถูกกว่าคือ 75 บาทครับ คนที่มีไอศกรีมในร้านน่าจะลองทำดูนะครับ
สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ





มีความสุขกับวันหยุดสงกรานต์เช่นกันครับ
เดี๋ยววันนี้จะไปลองนะคร้าบ พี่บุ๊ง เตรียมทำไว้ได้เลยยยยนะคร้าบบบบ...ทำไมอ่านแล้วน้ำลายไหลล่ะเนี่ยะ...ถ้าซื้อมาวางทึ้งไว้ข้ามคืนนี่รสชาดจะเปลี่ยนไหมคร้าบบ 555 ล้อเล่นน่ะครับ
เมื่อวันจันทร์ได้มีโอกาสไปชิมช็อคโกฯของร้านยักษ์เขียวที่ปากช่องมาด้วยครับ อันนี้เค้าบอกว่าเป็น signature เค้าอ่ะคร้าบ อืมมม...ก็โอนิดหน่อย(เพราะได้รสของผงช็อคฯที่ดีน่ะครับ) แต่เรื่องรสนี่ยักษ์เขียวคงต้องรีบปรับตัวแน่นอนไม่งั้นสู้ร้านอย่างเราๆ ไหวเหรอ อิอิ แซววววซะ
เคยคิดจะทำขายอยู่เหมือนกันแต่ของผมติดที่ต้นทุนยิ่งกว่าคุณบุ๊งอีกเพราะที่ร้านใช้ iberry สองลูกปาเข้าไปร้อยนึงแล้วเคยลองเอาวอลล์มาทำแต่มันยังไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ ว่างๆต้องลองไปหายี่ห้ออื่นมาลองบ้าง
IS THERE ANYONE COME TO MINNEAPOLIS FOR SCAA?
An interesting article from the BBC.
http://news.bbc.co.uk/1/hi/england/london/7340005.stm
แพงเอาเรื่องเหมือนกัน