เพรสพอทที่แพงที่สุด

| | Comments (4)
ระหว่างเตรียมตัวไปบรรยายให้นักศึกษามหิดลฟังเรื่องกาแฟ ผมไปเดินเลือกซื้อ presspot หรือที่เรียกอีกอย่างว่า french press ที่ห้างเอมโพเรียม ระหว่างเลือกอยู่หลายยี่ห้อ ได้ไปเจอเพรสพอทที่สวยสะดุดตา เห็นป้ายยี่ห้อก็ร้อง ว้าว! หยิบป้ายราคาขึ้นมาดูก็ตกใจเล็กน้อย
ใบที่ลายรูปคนนี่ราคาเกือบหมื่นครับ

alessipress.jpg ผมเลยไปซื้ออีกยี่ห้อที่ดังมาก คือ la cafetiere ซึ่งไปค้นประวัติดู บริษัทนี้เป็นคนสอน bodum ทำ presspot ครับ แถมเมืองไทยราคาก็ถูกกว่า bodum ด้วย ตามธรรมดาเจ้า presspot จะประกอบด้วยสามส่วน (โถแก้วทนไฟ โครงสแตนเลสด้านนอกที่มีมือจับ และชุดฝาปิดพร้อมตัวกดแยกกาก) ก็ไม่รู้ทำไม alessi ถึงแพงกว่ายี่ห้ออื่นๆ หลายเท่า

ช่วงนี้ผมดื่มกาแฟจาก presspot ค่อนข้างบ่อย ตะก่อนไม่ชอบดื่มทั้งๆ ที่ให้รสชาติดีที่สุดในบรรดาเครื่องชงที่ใช้ในบ้าน ใกล้เคียงกับการ cupping ถึง 99% เหตุที่ไม่ชอบเพราะมันมีผงกาแฟละเอียดคล้ายๆ โคลนอยู่ตรงก้นถ้วยครับ ดูแล้วไม่ค่อยแน่ใจว่าจะดีต่อนิ่วเท่าไหร่ ยังไงคุณหมอที่เข้ามาอ่านเว็บช่วยแถลงหน่อยครับ

เลือกซื้อ presspot
ดูว่าเราจะดื่มกาแฟเยอะขนาดไหนแล้วเลือกซื้อ presspot ที่ขนาดเหมาะสม เวลาเลือกให้ดูที่รูปทรงออกแนวสูงยาวเข่าดี เหตุที่ต้องแนวสูงเพราะจะได้ความหนาของชั้นกาแฟ เวลากดลงจะได้แรงต้านมากกว่า ทำให้รสชาติดีกว่าทรงเตี้ยป้อม เจ้า cafetiere ที่ผมซื้อมาราคาประมาณ 2,300 ครับ เป็นรุ่น 8 cups แต่ชงได้ 4 แก้วใหญ่ๆ ซื้อเครื่องบดตัวเล็กๆ อีกตัวนึงจากตาบั๊ก ราคา 4,800 ซื้อกาต้มน้ำร้อน tefal อีกประมาณสองพัน เลือกเมล็ดกาแฟคั่วดีๆ จากที่นี่ เท่านี้ก็จบแล้วครับ ไม่ต้องไปหาซื้อกาแฟกินนอกบ้าน

ขั้นตอนการชง
  1. บดกาแฟให้หยาบมากๆ สำหรับเครื่องบดจากตาบั๊ก ปรับไปที่หยาบที่สุด ดมกลิ่นดู กลิ่นตรงนี้เขาเรียกว่า fragrance
  2. ลวก presspot ด้วยน้ำร้อนก่อน จุ่มตะแกรงมุ้งที่ใช้กดแยกกากลงไปด้วย เพื่อล้างคราบน้ำยาล้างจาน ปรับอุณหภูมิ และดับกลิ่น
  3. ตวงปริมาตรน้ำกาแฟในถ้วยที่เราจะดื่มดูก่อน ชั่งกาแฟให้ได้สัดส่วน  8.5 กรัม ต่อน้ำ 150 ซีซี
  4. ต้มน้ำให้เดือด พอเดือดแล้วเอาเทอร์โมมิเตอร์จิ้มลงไป
  5. เทน้ำที่ลวก presspot ทิ้งไป เอาตะแกรงมุ้งออกมา
  6. รอจนเทอร์โมมิเตอร์มาอยู่ที่ระดับ 90-94 องศาเซนติเกรด ตรงนี้เราสามารถเปลี่ยนอุณหภูมิได้ตามใจชอบ
  7. เทผงกาแฟลงไปใน presspot เทน้ำลงไป คนด้วยช้อนพลาสติกให้ผงกาแฟเปียกน้ำให้ทั่ว ดมกลิ่นดู กลิ่นตรงนี้เขาเรียกว่า aroma
  8. จับเวลา 4 นาที เมื่อครบแล้วให้ค่อยๆ กดตะแกรงมุ้งลงไป อย่ากดเร็วเพราะน้ำร้อนอาจทะลักออกมาได้
  9. ดื่มได้ตามสะดวก ระวังร้อนและลวกปากครับ

เคล็ดลับการล้าง presspot
ปัญหาของการดื่มกาแฟสดที่บ้านคือเรื่องการทำความสะอาด และ presspot นี่ก็เป็นอะไรที่ล้างยากที่สุด (รองจาก vacuum pot และ drip) ผมค้นพบเทคนิคการล้างดังนี
  1. ไปหาซื้อตะแกรงกรองเศษอาหาร หรือตะแกรงล้างผัก ที่เป็นทรงครึ่งทรงกลม เลือกขนาดพอประมาณ แต่มีตามุ้งถี่ๆ หน่อย
  2. ที่อ่างล้างจาน เอาตะแกรงมุ้งออกจาก presspot ล้างเศษกาแฟที่ติดอยู่ออก
  3. เปิดน้ำใส่ประมาณครึ่ง presspot เอาช้อนพลาสติกกวนให้กากลอยขึ้นมา
  4. คว่ำ presspot ลงในตะแกรงกรองเศษอาหาร ผงกาแฟจะออกมาหมด ถ้าไม่หมดให้ทำซ้ำอีกจนหมด
  5. แยกชิ้นตัวกด (ดูในคู่มือที่ติดมา) ล้างและแช่ในน้ำยาล้างจาน
  6. ล้างโถแก้วด้วยฟองน้ำธรรมดาและน้ำยาล้างจาน ระวังอย่าให้มีรอยขูดขีด เพราะเมื่อโถแก้วมีรอยขูดขีดและได้รับความร้อน ตรงรอยขูดขีดนั้นจะเป็นจุดเปราะบาง โถแก้วอาจแตกได้
  7. ล้างทั้งหมดด้วยน้ำสะอาด ก่อนจะประกอบตัวกดเข้าเหมือนเดิม
  8. เอากากกาแฟที่สะเด็ดน้ำเรียบร้อยอยู่ในตะแกรงกรองเศษอาหารไปเคาะทิ้งในถังขยะ

4 Comments

tatu said:

น่าสนใจมาก แต่ตัวบดใช้แอนฟิมได้มั๊ยครับ ฮิ ฮิ

Suksit said:

ได้ครับ แต่ต้องปรับไปที่หยาบมากๆ บดออกมาขนาดผงให้ได้ประมาณ น้ำตาลทรายที่ยังไม่ได้ฟอกสี ครับ

skipper said:

แล้วพี่บุ๊งว่ากาแฟแบบไหนเหมาะกับการชงแบบนี้ครับ

Suksit replied to skipper's comment:

ได้ทั้งนั้นแหละครับ ส่วนตัวผมชอบกาแฟคั่วอ่อนครับ ได้รสชาติสุดๆ ไม่ขม

Leave a comment

About this Entry

This page contains a single entry by Suksit published on April 28, 2008 7:56 AM.

อิสานทริป was the previous entry in this blog.

อัพเดตเว็บ is the next entry in this blog.

Find recent content on the main index or look in the archives to find all content.

Recently Commented On

Powered by Movable Type 4.01