บทสรุปเรื่องบวกเพื่อใคร?
ก่อนไปบทสรุปขออัพเดตข่าวนิดหน่อยก่อนครับ
ข่าวแรกเป็นข่าวดี คือเพื่อนผมที่เป็นเอเย่นต์ชิปปิ้งเพิ่งโทรมาบอกเมื่อตอนเย็นว่าพวกสหภาพขนส่งในยุโรปเลิกสไตรค์กันแล้ว เครื่องคั่วจะได้ลงเรือแล้ววันพุธนี้ ฮี่ฮี่ อีกเดือนนึงเจอกัน ตอนนี้กำลังไปปรึกษาคุณวุฒิพรเรื่อง afterburner อยู่ เพราะกะจะคั่วที่ lab ตรงวงเวียน 22 เลย (หากไม่มีอะไรผิดพลาด)
ข่าวที่สองก็เป็นข่าวดีอีกแหละ คือสินค้าต่างๆ ที่เคยขายก็จะมีขายต่อไป (แม้จะขายไม่ค่อยดีเท่าไหร่) ผมตัดสินใจเอาเครื่องบดรุ่นเล็กอย่าง Anfim Best เข้ามาอีกครั้ง ถ้าเปรียบเทียบกับลูกพี่อย่าง Caimano จะให้ความรู้สึกในการใช้งานที่ต่างกันมาก แต่ผมเชื่อว่าในระดับเดียวกันไม่เป็นรองเครื่องยี่ห้ออื่น หรือ VBM Domobar Super เครื่องโฮมยูสคุณภาพคอมเมอร์เชียล ผมคิดว่าสินค้าที่ผมเลือกมามีคุณภาพดีพอสมควรกับราคา เพื่อนๆ ที่ซื้อไปใช้ก็ไม่มีใครบ่นกัน ดังนั้นถ้าจะทิ้งกันตอนนี้ก็ดูเหมือนไม่รับผิดชอบต่อลูกค้าเท่าไหร่ ส่วนท่านที่สนใจเครื่องระดับคอมเมอร์เชียล ผมก็ได้คัดเลือกเครื่องชงกาแฟโดยเน้นที่ใช้งานง่าย ดูแลรักษาง่าย ชงกาแฟออกมาอร่อยกว่า หน้าตาดี ราคากันเอง อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมก็โทรมาคุยกันได้นะครับ
เอ้า เข้าเรื่อง ...
ข่าวแรกเป็นข่าวดี คือเพื่อนผมที่เป็นเอเย่นต์ชิปปิ้งเพิ่งโทรมาบอกเมื่อตอนเย็นว่าพวกสหภาพขนส่งในยุโรปเลิกสไตรค์กันแล้ว เครื่องคั่วจะได้ลงเรือแล้ววันพุธนี้ ฮี่ฮี่ อีกเดือนนึงเจอกัน ตอนนี้กำลังไปปรึกษาคุณวุฒิพรเรื่อง afterburner อยู่ เพราะกะจะคั่วที่ lab ตรงวงเวียน 22 เลย (หากไม่มีอะไรผิดพลาด)
ข่าวที่สองก็เป็นข่าวดีอีกแหละ คือสินค้าต่างๆ ที่เคยขายก็จะมีขายต่อไป (แม้จะขายไม่ค่อยดีเท่าไหร่) ผมตัดสินใจเอาเครื่องบดรุ่นเล็กอย่าง Anfim Best เข้ามาอีกครั้ง ถ้าเปรียบเทียบกับลูกพี่อย่าง Caimano จะให้ความรู้สึกในการใช้งานที่ต่างกันมาก แต่ผมเชื่อว่าในระดับเดียวกันไม่เป็นรองเครื่องยี่ห้ออื่น หรือ VBM Domobar Super เครื่องโฮมยูสคุณภาพคอมเมอร์เชียล ผมคิดว่าสินค้าที่ผมเลือกมามีคุณภาพดีพอสมควรกับราคา เพื่อนๆ ที่ซื้อไปใช้ก็ไม่มีใครบ่นกัน ดังนั้นถ้าจะทิ้งกันตอนนี้ก็ดูเหมือนไม่รับผิดชอบต่อลูกค้าเท่าไหร่ ส่วนท่านที่สนใจเครื่องระดับคอมเมอร์เชียล ผมก็ได้คัดเลือกเครื่องชงกาแฟโดยเน้นที่ใช้งานง่าย ดูแลรักษาง่าย ชงกาแฟออกมาอร่อยกว่า หน้าตาดี ราคากันเอง อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมก็โทรมาคุยกันได้นะครับ
เอ้า เข้าเรื่อง ...
หลังจากปลุกปล้ำกับเครื่องชงกาแฟบวกเพื่อคุณอยู่พักใหญ่ ตอนนี้ก็ได้ข้อสรุปแล้วครับ ปัญหาใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นและทำให้รสชาติกาแฟเพี้ยนไปคือน้องน้ำคนเดิม เมื่อเปลี่ยนไส้กรองคาร์บอนอันใหม่ ติดไส้กรองเพิ่ม รสชาติก็ดีขึ้นทันตาเห็น บอดี้ดีขึ้น นวลขึ้น หวานขึ้น
แต่ ...
เมื่อชง timeless เปรียบเทียบกับเครื่องระดับเทพอย่าง Mirage หรือเครื่องระดับเดียวกันอย่าง Dalla Corte ผมว่ารสชาติยังแตกต่างกันอยู่พอสมควร ผมไม่บอกละกันว่าตัวไหนอร่อยกว่า เพราะมันขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล แต่สำหรับผมแล้ว Mirage นั้นแอซิดิตี้จะออกมาชัดเจน เหมือนฟัง Piano Concerto ของบีโธเฟนจากแอมป์ NAD ขับลำโพงที่มีทวีตเตอร์ดีๆ ดุดัน กระจ่าง ส่วนกับเจ้าดัลลานั้นจะเหมือนฟัง Catherine Jenkins นักร้องเสียงเมซโซโซปราโนจากแอมป์หลอดกับลำโพงเสียงกลางดีๆ สักชุด นุ่มนวล ลื่นไหล ส่วนบวกเพื่อคุณนั้น ผมว่าเหมือนฟังฮิปฮอปจากหูฟังไอพ็อดครับ ฟังง่าย ไฮเทค สะใจดี ใครชอบแนวไหนก็เลือกเอาตามสะดวกนะครับ
ส่วนจะเป็นเพราะอะไร ทำไมมันถึงได้ต่างกันนัก
ไม่รู้ ...
ผมว่าตอนนี้ส่วนตัวผมไม่ชอบแนวคิดเครื่องแยกบอยเลอร์ที่มีอุณหภูมินิ่งแบบ flat profile และยิ่งออกแบบบอยเลอร์เป็นแนวตั้งด้วยแล้ว ยิ่งน่าฉงนมากขึ้น (แบบที่ได้เคยอธิบายไปเมื่อครั้งก่อนแล้ว) ผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่เอาเป็นว่าผมชอบ timeless ที่ชงออกจาก La Marzocco กับบวกเพื่อคุณ น้อยกว่าที่ชงออกจากเครื่อง HX ที่มีอุณหภูมิช่วงปลายชอทเย็นลง ซึ่งก็ตรงกับแนวคิดของ instaurator ที่เขียนใน coffeegeek ล่าสุดเรื่องเกี่ยวกับเครื่องชงกาแฟที่ใช้ใน WBC ลองคลิกไปอ่านกันดูนะครับ
อ้อ พูดถึง WBC วันสองวันนี้จะมีการแข่งขันกันที่โคเปนเฮเก้นแล้วนะครับ แชมป์ของไทยก็ไปด้วย เราคนไทยเชียร์พันธมิตรแล้วก็อย่าลืมส่งแรงใจไปเชียร์น้องปุ้มด้วยนะครับ ส่วนความคืบหน้าก็ติดตามจากที่นี่ได้
แต่ ...
เมื่อชง timeless เปรียบเทียบกับเครื่องระดับเทพอย่าง Mirage หรือเครื่องระดับเดียวกันอย่าง Dalla Corte ผมว่ารสชาติยังแตกต่างกันอยู่พอสมควร ผมไม่บอกละกันว่าตัวไหนอร่อยกว่า เพราะมันขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล แต่สำหรับผมแล้ว Mirage นั้นแอซิดิตี้จะออกมาชัดเจน เหมือนฟัง Piano Concerto ของบีโธเฟนจากแอมป์ NAD ขับลำโพงที่มีทวีตเตอร์ดีๆ ดุดัน กระจ่าง ส่วนกับเจ้าดัลลานั้นจะเหมือนฟัง Catherine Jenkins นักร้องเสียงเมซโซโซปราโนจากแอมป์หลอดกับลำโพงเสียงกลางดีๆ สักชุด นุ่มนวล ลื่นไหล ส่วนบวกเพื่อคุณนั้น ผมว่าเหมือนฟังฮิปฮอปจากหูฟังไอพ็อดครับ ฟังง่าย ไฮเทค สะใจดี ใครชอบแนวไหนก็เลือกเอาตามสะดวกนะครับ
ส่วนจะเป็นเพราะอะไร ทำไมมันถึงได้ต่างกันนัก
ไม่รู้ ...
ผมว่าตอนนี้ส่วนตัวผมไม่ชอบแนวคิดเครื่องแยกบอยเลอร์ที่มีอุณหภูมินิ่งแบบ flat profile และยิ่งออกแบบบอยเลอร์เป็นแนวตั้งด้วยแล้ว ยิ่งน่าฉงนมากขึ้น (แบบที่ได้เคยอธิบายไปเมื่อครั้งก่อนแล้ว) ผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่เอาเป็นว่าผมชอบ timeless ที่ชงออกจาก La Marzocco กับบวกเพื่อคุณ น้อยกว่าที่ชงออกจากเครื่อง HX ที่มีอุณหภูมิช่วงปลายชอทเย็นลง ซึ่งก็ตรงกับแนวคิดของ instaurator ที่เขียนใน coffeegeek ล่าสุดเรื่องเกี่ยวกับเครื่องชงกาแฟที่ใช้ใน WBC ลองคลิกไปอ่านกันดูนะครับ
อ้อ พูดถึง WBC วันสองวันนี้จะมีการแข่งขันกันที่โคเปนเฮเก้นแล้วนะครับ แชมป์ของไทยก็ไปด้วย เราคนไทยเชียร์พันธมิตรแล้วก็อย่าลืมส่งแรงใจไปเชียร์น้องปุ้มด้วยนะครับ ส่วนความคืบหน้าก็ติดตามจากที่นี่ได้





"แต่สำหรับผมแล้ว Mirage นั้นแอซิดิตี้จะออกมาชัดเจน เหมือนฟัง Piano Concerto ของบีโธเฟนจากแอมป์ NAD ขับลำโพงที่มีทวีตเตอร์ดีๆ ดุดัน กระจ่าง ส่วนกับเจ้าดัลลานั้นจะเหมือนฟัง Catherine Jenkins นักร้องเสียงเมซโซโซปราโนจากแอมป์หลอดกับลำโพงเสียงกลางดีๆ สักชุด นุ่มนวล ลื่นไหล ส่วนบวกเพื่อคุณนั้น ผมว่าเหมือนฟังฮิปฮอปจากหูฟังไอพ็อดครับ ฟังง่าย ไฮเทค สะใจดี ใครชอบแนวไหนก็เลือกเอาตามสะดวกนะครับ"
Quite a comparison indeed. :)
On NAD, I think it sound more reserved than what you explain, ดุดัน กระจ่าง. It reminds me of some German speakers though.
I typically have a decent espresso from La Marzocco machines but have never had it from Mirage and Dalla yet.
Really my 2 cents. :P
ผมส่งแรงใจไปเชียร์น้องปุ้มด้วยคนครับ แต่ผมเกลียดพวกพันธมิตร
เอาน่า ผมเองก็ไม่ได้ชอบไปทั้งหมด แต่ถ้าไม่มีพันธมิตร ข้อมูลหลายๆ อย่างเราก็ไม่มีโอกาสได้รู้ สงสารประเทศครับ
เชียร์ด้วยคนนะครับ ทั้งน้องปุ้ม และพันธมิตร ขอให้ได้ชัยชนะครับ
ประเทศไทยจะได้พ้นมือมาร ซะที
การเมืองไม่พูดดดด...แต่ตอนนี้กำลังฝันว่าได้เจ้า speedster มาโยกเล่น อิอิ