วัดกันตัวๆ

| | Comments (8)
ถ้าอยากรู้ว่าเครื่องชงกาแฟแต่ละตัวมีคุณสมบัติต่างกันอย่างไร ชงกาแฟออกมาแล้วอร่อยหรือไม่อร่อยอย่างไร วิธีที่ทำได้ง่ายที่สุดคือ เอาเครื่องชงที่ต้องการทดสอบนั้นมาชงกาแฟตัวเดียวกัน เครื่องบดเดียวกัน คุมตัวแปรต่างๆ ให้ได้ใกล้เคียงกัน พอดีเช้านี้ว่างๆ ก็เลยจับเครื่องชงสองตัวที่อวดอ้างสรรพคุณว่าเจ๋งที่สุดมาชงเทียบกัน

เครื่องชงที่ว่าราคาหลักพันเท่านั้นครับ โดยมุมแดงด้านซ้าย คือเคมเมกซ์ จากสหรัฐอเมริกา กระดาษกรองแผ่นละ 7 บาท ส่วนด้านขวา ฮาริโอะ จากญี่ปุ่น กระดาษกรองแผ่นละ 3 บาท กาแฟเป็นรวันดา ค่อนข้างเก่า กินอยู่ทุกเช้า บดโดยเครื่องบดจากเยอรมัน ปริมาณกาแฟที่ใส่ลงไปบดนั้นใกล้เคียงกัน

ด้านผู้ท้าชิงจากญี่ปุ่นอ้างสรรพคุณของกระดาษกรองทรงกรวยสีน้ำตาล ว่ากันว่าจะทำให้กลิ่นแปลกปลอมน้อยลง และโถชงแบบพิเศษที่ทำให้น้ำไหลลงไปได้เร็วขึ้น ส่วนแชมป์เก่าจากอเมริกานั้นเป็นกระดาษแบบพับ ฟอกสีด้วยกรรมวิธีออกซิเจนบลีช ให้กลิ่นที่สะอาด และเนื้อกระดาษหนาพิเศษ เหนียว และปล่อยผ่านกรดไขมันที่ดีตามธรรมชาติ และเก็บกักสิ่งที่ไม่ดีไว้

ก่อนชงก็ลวกกระดาษกรองทั้งสองฝั่งก่อนด้วยน้ำร้อน เพื่อเป็นการล้างสารเคมีที่อาจตกค้างมา และอุ่นโถแก้วไปด้วย ผมเคยประสบเหตุการณ์กระดาษกรองของฝั่งผู้ท้าชิงขาดตรงแนวด้านข้างที่ใช้เครื่องกดให้กระดาษสองฝั่งมาติดกันครั้งหนึ่งแล้ว คราวนี้จึงระมัดระวังเป็นพิเศษ ส่วนจากอเมริกาไม่มีรอยที่ว่า ก็ราดน้ำลงไปได้เลย

บดกาแฟเสร็จก็ใส่ลงไป พร้อมราดน้ำเล็กน้อยให้กาแฟพองขึ้นก่อน ตามคำแนะนำของผู้ผลิตทั้งสอง


เนื่องจากฝั่งญี่ปุ่นจะมีปากกว้างและแบนกว่าฝั่งอเมริกา ดังนั้น เราจึงเห็นแก็สลอยขึ้นมาที่ผิวหน้าได้มากกว่า


หลังจากราดน้ำลงไปจนถึงปริมาตรที่ต้องการ จะเห็นได้ว่าฝั่งญี่ปุ่นน้ำจะไหลเร็วกว่าเห็นๆ ส่วนฝั่งอเมริกา น้ำกาแฟจะชุ่มอยู่นานกว่า


นี่คือน้ำกาแฟจากแชมป์เก่าฝั่งอเมริกาครับ พยายามถ่ายให้เห็นคราบน้ำมันที่ลอยอยู่ตรงผิวหน้า แต่เอาเข้าจริงกลับไม่ค่อยเห็นครับ ลองสังเกตตรงฟองแล้วกันครับ ฟองเล็กกว่าผู้ท้าชิงจากญี่ปุ่นในภาพด้านล่าง


ฟองจากญี่ปุ่นจะใหญ่กว่า มีคราบน้ำมันบ้างเล็กน้อย แต่ที่แน่ๆ คือรสชาติที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดครับ จากญี่ปุ่นจะหนักไปทางแอซิดิตี้ ขณะที่ยังร้อนอยู่ก็จับได้แล้วว่าบาดปากพอสมควร แต่ฝั่งทางอเมริกาจะได้บอดี้เยอะกว่า แอซิดิตี้ไม่พุ่งปรี๊ดปร๊าด แต่กระเดียดไปทางนุ่มนวล ยิ่งเวลากาแฟเย็นตัวลง ความต่างตรงแอซิดิตี้ตรงนี้ก็จะชัดเจนขึ้น ผมตั้งทิ้งไว้แล้วให้ปล่อยให้แม่ผมเลือกดื่มตามอัธยาศัย ส่วนตัวผมเองไปคั่วกาแฟ

กลับมาดูอีกที เห็นถ้วยผู้ท้าชิงจากญี่ปุ่นตั้งอยู่เดียวดายบนโต๊ะ ส่วนถ้วยของแชมป์เก่านั้นคว่ำอยู่บนตะแกรงล้างจานในห้องครัวเรียบร้อยแล้วครับ

8 Comments

Ghost said:

อืม...วัดกันเห็นๆ
ขอบคุณครับเฮียบุ้ง รู้ขึ้นมากเลยครับ

Ghost said:

อืม...วัดกันเห็นๆ
ขอบคุณครับเฮียบุ้ง รู้ขึ้นมากเลยครับ

Suksit said:

ใจเย็นๆ ครับ ค่อยๆ โพสต์

khem said:

เห็นรูปแล้วเปรี้ยวปากอยากกินกาแฟจัง เพราะตอนนี้ถ้ามีเวลาหรือวันหยุด ผมเลือกที่จะกินเพรสและดริปมากกว่าจากเอสเพรสโซแมชชีน

เร็วๆ นี้ จะทดสอบเครื่องชง VBM ฟัดกับ Dalla ในสภาวะแวดล้อมเดียวกันทุกอย่าง ไม่ว่าจะเครื่องบด น้ำ กาแฟ และอุณหภูมิห้อง มาดูกันว่า E61 รสชาติที่ได้จะเป็นยังไง แต่ขอเวลาเตรียมตัวอีกนิดครับ

skipper said:

อยากลองใช้กระดาษกรองแบบอื่นบ้างจัง

ตอนนี้ใช้แต่ของ ซูซูกิ ซื้อจากโลตัสมาชงแบบดริป รสชาติไม่ค่อยได้ (แต่วิธีชงมันยุ่งยากดี 555+)

sam Author Profile Page said:

อืม.. รอดูผลอยู่ครับคุณ Khem น่าสนใจมากๆระหว่างหัวอมตะคลาสสิกกับหัวและระบบยุคใหม่ ปูเสื่อรออยู่ครับ ^o^

alienboon said:

วันนี้...อุตส่าห์แวะไปที่ร้าน....เดินหาเหนื่อย...
มึนๆ...ว่าจะถามว่าที่ร้านมีให้ลองสั่งดูชิมดูหรือเปล่าก็ลืมไปเลย....
เดี๋ยววันหลังถ้ามีโอกาสจะแวะไปอีกครับ

boblam said:

I tried UCC unbleached paper filter (brown) once and didn't like it. I felt like it masked some coffee taste vs. Melitta flavorpore filter or something like that which I prefer. Never have a chance to try Chemex yet. Last time, I was told the Chemex was broken... Next time then! :)

Leave a comment

About this Entry

This page contains a single entry by Suksit published on June 23, 2008 1:14 PM.

WBC 2008 was the previous entry in this blog.

อายุการใช้งานของเครื่องชงกาแฟ is the next entry in this blog.

Find recent content on the main index or look in the archives to find all content.

Powered by Movable Type 4.12