หยุดเสียกาแฟ
ท่านทั้งหลายที่รอคอยเครื่องบด Anfim อยู่ ต้องขออภัยด้วยที่สินค้าขาดตลาด
เราคาดการณ์ความต้องการของลูกค้าไม่ถูกจริงๆ ครับ
บางช่วงมีสต็อกเยอะกลับขายไม่ออก
ช่วงที่สต็อกน้อยกลับขายดีจนนำเข้ามาไม่ทัน
แต่อย่างไรก็ดี ขอแจ้งให้ทราบว่ามีสินค้าใหม่เข้ามาล็อตนึงครับ แต่ไม่ใช่รุ่นปกติธรรมดาที่เคยขายอยู่ ซึ่งจะเข้ามาอีกในล็อตหน้า
แต่อย่างไรก็ดี ขอแจ้งให้ทราบว่ามีสินค้าใหม่เข้ามาล็อตนึงครับ แต่ไม่ใช่รุ่นปกติธรรมดาที่เคยขายอยู่ ซึ่งจะเข้ามาอีกในล็อตหน้า
Anfim OD (on demand) ครับ ภาพซ้ายเป็นการเปรียบเทียบระหว่างรุ่นปกติที่มี doser ซึ่งจะเห็นได้ว่ามิติภายนอกนั้นเท่ากันเป๊ะๆ ทุกอย่างเหมือนเดิม เพียงถอด doser ออก ทางด้านซ้ายเป็นปุ่มกดและแผงควบคุม
ปุ่มกดสองปุ่มบนล่างสุด คือปุ่มสำหรับซิงเกิลและดับเบิล ถ้าเรากดหนึ่งที เครื่องบดก็จะทำงานตามเวลาที่ได้ตั้งไว้ ถ้าเรากดค้างไว้ประมาณสามวินาที เครื่องก็จะเข้าโหมดตั้งเวลา โดยเราจะรู้เวลาที่ตั้งไว้ได้โดยการนับจำนวนไฟกะพริบ เมื่อเราต้องการเพิ่มหรือลดเวลา เราก็กดที่ปุ่มบวกหรือลบ กดหนึ่งครั้งจะเปลี่ยนไปครึ่งวินาที เมื่อต้องการออกจากโหมดตั้งเวลา ก็กดปุ่มที่เรากำลังตั้งเวลาอยู่อีกที เป็นอันเสร็จภารกิจ

ปุ่มกดสองปุ่มบนล่างสุด คือปุ่มสำหรับซิงเกิลและดับเบิล ถ้าเรากดหนึ่งที เครื่องบดก็จะทำงานตามเวลาที่ได้ตั้งไว้ ถ้าเรากดค้างไว้ประมาณสามวินาที เครื่องก็จะเข้าโหมดตั้งเวลา โดยเราจะรู้เวลาที่ตั้งไว้ได้โดยการนับจำนวนไฟกะพริบ เมื่อเราต้องการเพิ่มหรือลดเวลา เราก็กดที่ปุ่มบวกหรือลบ กดหนึ่งครั้งจะเปลี่ยนไปครึ่งวินาที เมื่อต้องการออกจากโหมดตั้งเวลา ก็กดปุ่มที่เรากำลังตั้งเวลาอยู่อีกที เป็นอันเสร็จภารกิจ
ข้อด้อยของเครื่องบดกาแฟตัวนี้ คือเราไม่สามารถวาง portafilter ให้ล็อคไว้กับเครื่องบดได้ครับ จริงๆ วางเฉยๆ ได้ แต่พอบดแล้วมันจะค่อยๆ เลื่อน เหตุก็เพราะยางมันลื่นไปหน่อย เวลาบดก็ต้องเอามือดันไว้นิดๆ เสียเวลา multitasking ไปประมาณสิบวินาที
กาแฟที่ใช้เป็น pronto คั่วเข้มจนมีน้ำมันเกาะที่ผิว เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องบด Grind on Demand เหมือนกันอย่าง Malkoenig k30 หรือ Dalla Corte DC2 ที่เคยใช้อยู่ แม้จะใช้เวลาบดนานกว่า แต่ผงกาแฟที่ได้ก็ดีกว่า จากภาพจะเห็นได้ว่าผงกาแฟที่บดออกมาเหมือนจะเป็นก้อน แต่จริงๆ แค่เอานิ้วแตะโดนก็แตกหมดแล้ว
ความยากของเครื่องบดที่เป็นระบบตั้งเวลาก็คือ เวลาเปลี่ยนความละเอียดจะต้องตั้งเวลาใหม่ เราต้องคอยตั้งความละเอียดให้สัมพันธ์กับเวลา โดยปกติแล้วเมื่อเราบดออกมาแล้วสามารถแท้มป์ได้เลย แต่หากอยากมือเลอะ จะปาดด้วยนิ้วหรือไม้บรรทัดอีกทีก็ได้
ข้อด้อยอีกอย่างก็คือ เวลาที่นานที่สุดที่สามารถตั้งได้คือ 12 วินาทีครับ ถ้าเป็นรุ่น Super Caimano OD ที่มีฟันบดขนาด 75 มม. ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นรุ่น Caimano OD ที่เป็นฟันบด 64 ผมว่ามันน้อยไปหน่อย บางทีหากต้องการปรับผงกาแฟละเอียดมากๆ และโอเวอร์โดส เวลาแค่ 12 วินาทีจะไม่พอ ต้องกดปุ่ม manual ที่อยู่มุมล่างซ้าย หรือจะใช้ตั้งปุ่มสองปุ่มผสมกัน เช่น เราต้องการบด 8.5 วินาทีสำหรับซิงเกิล และ 15 วินาที สำหรับดับเบิล เราก็ตั้งปุ่มซิงเกิล 8.5 และดับเบิล 6.5 วินาที (8.5+6.5=15) เวลาใช้งานก็กดซิงเกิลก่อนแล้วตามด้วยดับเบิล
โดยสรุปก็คือ ราคาที่แพงขึ้นห้าพันบาท แลกกับความสะดวกที่ไม่ต้องคอยปัดผงกาแฟจาก doser ลง portafilter ความสะดวกที่ไม่ต้องคอยทำความสะอาด doser ความสะดวกในการควบคุมปริมาณซิงเกิลชอทและดับเบิลชอทอย่างแม่นยำ ไม่มีกาแฟหกเลอะเทอะ ไม่มีกาแฟบดเหลือเกินความต้องการใช้ พิจารณากันเองนะครับว่าคุ้มหรือไม่ ทางผู้ผลิตแจ้งว่า Anfim OD นี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในแถบเอเชียเรา เพราะความง่ายในการใช้งาน และช่วยควบคุมคุณภาพของเอสเพรสโซให้ดีขึ้นได้





อืม..น่าสนใจเหมือนกันไม่ต้องคอยเอาไม้ไอติมคอยเขี่ยกาแฟให้หมดเหมือน Caimano ที่ใช้อยู่แต่อาจจะขาดความมันส์ในการปัดกาแฟที่ขาดหายไปบ้างแต่เชื่อว่ายังไงยี่ห้อ anfim ก็เยี่ยมเหมือนเดิมแต่ถ้าจะให้เยี่ยมกว่านี้ก็อยากจะขอให้ค่าตัวน้องเหมือนเดิมจะยิ่งยอดเยี่ยมไปกว่านี้ อิอิ ^_^
ไม่ต้องคอยเอาไม้ไอติมคอยเขี่ยกาแฟให้หมดเหมือน Caimano
เหมือนผมเลย กินตอนเช้าวันล่ะแก้ว ต้องเขี่ยๆเอา เพราะใส่เมล็ดลงไปพอ