<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom">
    <title>BKK espresso LAB</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://bkksprolab.com/" />
    <link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://bkksprolab.com/atom.xml" />
    <id>tag:bkksprolab.com,2007-12-08://1</id>
    <updated>2008-07-04T15:55:13Z</updated>
    <subtitle>the alternative espresso</subtitle>
    <generator uri="http://www.sixapart.com/movabletype/">Movable Type Publishing Platform 4.01</generator>

<entry>
    <title>Public Coffee Cupping @ Sweet Guilt</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://bkksprolab.com/2008/07/public-coffee-cupping-sweet-gu.html" />
    <id>tag:bkksprolab.com,2008://1.93</id>

    <published>2008-07-04T15:38:49Z</published>
    <updated>2008-07-04T15:55:13Z</updated>

    <summary>ตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าจะจัดให้มีการชิมกาแฟสำหรับสาธารณชนที่ร้าน Sweet Guilt ครับ จุดประสงค์ก็เพื่อประชาสัมพันธ์ร้าน และเพื่อโปรโมทการดื่มกาแฟดำ ส่งเสริมวัฒนธรรมการดื่มกาแฟดีๆ ให้เป็นที่รู้จักในหมู่ชาวไทยหัวใจรักกาแฟมากขึ้นโดยจัดเป็นประจำทุกๆ อาทิตย์ที่ 2 และ 4 ของเดือน โดยครั้งแรกจะเริ่มขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 13 กรกฏาคมนี้ครับ เวลา 14.00-16.00 น. วิทยากรที่นำคัปปิ้งครั้งแรกนี้ (ซึ่งตกปากรับคำกันกลางวงไวน์) คือคุณวุฒิครับ (ไม่ทราบมาได้ไหมเอ่ย)ค่าสมัคร ท่านละ 350 บาท มีพรีเซนเทชั่นเกี่ยวกับกาแฟให้ดู มีบัตรลดสำหรับซื้อสินค้าในร้านแจกให้ด้วย ส่วนของที่จะชิมนั้นน่าจะมีกาแฟประมาณ 6 ชนิด ส่วนจะเป็นอะไรบ้างนั้นขอเตรียมการก่อนรับเพียง 6 ท่านเท่านั้น เนื่องจากสถานที่คับแคบ และการเตรียมการอาจฉุกละหุกไปหน่อย กลัวมากันเยอะแล้วจะรับมือไม่ไหว สมัครด่วน โทรศัพท์จองที่นั่งได้ที่ร้านเลยครับ เบอร์มือถือของร้านคือ...</summary>
    <author>
        <name>Suksit</name>
        
    </author>
    
        <category term="café guide" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
        <category term="cupping" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
        <category term="events" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    <category term="ชิมกาแฟ" label="ชิมกาแฟ" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#tag" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://bkksprolab.com/">
        <![CDATA[ตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าจะจัดให้มีการชิมกาแฟสำหรับสาธารณชนที่ร้าน Sweet Guilt ครับ จุดประสงค์ก็เพื่อประชาสัมพันธ์ร้าน และเพื่อโปรโมทการดื่มกาแฟดำ ส่งเสริมวัฒนธรรมการดื่มกาแฟดีๆ ให้เป็นที่รู้จักในหมู่ชาวไทยหัวใจรักกาแฟมากขึ้น<br /><br />โดยจัดเป็นประจำทุกๆ อาทิตย์ที่ 2 และ 4 ของเดือน โดยครั้งแรกจะเริ่มขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 13 กรกฏาคมนี้ครับ เวลา 14.00-16.00 น. วิทยากรที่นำคัปปิ้งครั้งแรกนี้ (ซึ่งตกปากรับคำกันกลางวงไวน์) คือคุณวุฒิครับ (ไม่ทราบมาได้ไหมเอ่ย)<br /><br />ค่าสมัคร ท่านละ 350 บาท มีพรีเซนเทชั่นเกี่ยวกับกาแฟให้ดู มีบัตรลดสำหรับซื้อสินค้าในร้านแจกให้ด้วย ส่วนของที่จะชิมนั้นน่าจะมีกาแฟประมาณ 6 ชนิด ส่วนจะเป็นอะไรบ้างนั้นขอเตรียมการก่อน<br /><br />รับเพียง 6 ท่านเท่านั้น เนื่องจากสถานที่คับแคบ และการเตรียมการอาจฉุกละหุกไปหน่อย กลัวมากันเยอะแล้วจะรับมือไม่ไหว สมัครด่วน โทรศัพท์จองที่นั่งได้ที่ร้านเลยครับ เบอร์มือถือของร้านคือ 086 796 0546 เวลา 10.00-21.00 น.ครับ<br /> ]]>
        
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>การชง timeless อย่างถูกต้อง</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://bkksprolab.com/2008/07/-timeless.html" />
    <id>tag:bkksprolab.com,2008://1.92</id>

    <published>2008-07-03T15:28:26Z</published>
    <updated>2008-07-03T15:43:19Z</updated>

    <summary>พอดีผมทราบมาว่าลูกค้ามีปัญหาเกี่ยวกับการชงกาแฟตัวนี้ ผมจึงขอแจ้งข้อมูลให้ทราบคร่าวๆ ดังนี้ครับกาแฟเบลนด์นี้ส่วนผสมครึ่งหนึ่งมีคุณสมบัติหลักเลยคือให้ครีมามาก ประกอบกับสไตล์การคั่วที่ค่อนข้างอ่อน หากชงปกติโดยยึดหลักการชงกาแฟไทยคั่วเข้มจะทำให้ได้ครีมาฟองใหญ่ หยาบ ยุบเร็ว รสชาติจืด ไม่กลมนวล ไม่หวานเท่าที่ควร ดังนั้นควรพักกาแฟให้นานหน่อย คือประมาณ 3 อาทิตย์หลังจากวันคั่วที่ระบุบนซอง โดยไม่เปิดถุงบรรจุ กาแฟจะหายใจทางวาล์ว เก็บทั้งถุงไว้ในห้องที่เปิดแอร์ตอนกลางวัน (กลางคืนปิดแอร์ได้ไม่เป็นไร) เวลาจะชงให้เปิดซองทิ้งไว้สักชั่วโมงหนึ่งก่อน ไม่ควรโอเวอร์โดส แต่ควรบดกาแฟให้ละเอียดกว่าปกตินิดนึง ชงชอทให้สั้นสักนิด โดยสังเกตสีของน้ำกาแฟเป็นหลัก เมื่อทำครบทุกอย่างรสชาติจะกลมกล่อม ครีมาจะเนียนแน่น ความพุ่งของแอซิดิตี้และความเนียนของอาฟเตอร์เทสต์ขึ้นอยู่กับเครื่อง ความสะอาด และฝีมือบาริสต้าหากท่านไหนไม่เข้าใจศัพท์เทคนิคที่เขียนมาด้านบนก็โทรมาถามได้ครับ...</summary>
    <author>
        <name>Suksit</name>
        
    </author>
    
        <category term="product" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://bkksprolab.com/">
        <![CDATA[พอดีผมทราบมาว่าลูกค้ามีปัญหาเกี่ยวกับการชงกาแฟตัวนี้ ผมจึงขอแจ้งข้อมูลให้ทราบคร่าวๆ ดังนี้ครับ<br /><br />กาแฟเบลนด์นี้ส่วนผสมครึ่งหนึ่งมีคุณสมบัติหลักเลยคือให้ครีมามาก ประกอบกับสไตล์การคั่วที่ค่อนข้างอ่อน หากชงปกติโดยยึดหลักการชงกาแฟไทยคั่วเข้มจะทำให้ได้ครีมาฟองใหญ่ หยาบ ยุบเร็ว รสชาติจืด ไม่กลมนวล ไม่หวานเท่าที่ควร <br /><br />ดังนั้น<br /><br />ควรพักกาแฟให้นานหน่อย คือประมาณ 3 อาทิตย์หลังจากวันคั่วที่ระบุบนซอง โดยไม่เปิดถุงบรรจุ กาแฟจะหายใจทางวาล์ว เก็บทั้งถุงไว้ในห้องที่เปิดแอร์ตอนกลางวัน (กลางคืนปิดแอร์ได้ไม่เป็นไร) เวลาจะชงให้เปิดซองทิ้งไว้สักชั่วโมงหนึ่งก่อน ไม่ควรโอเวอร์โดส แต่ควรบดกาแฟให้ละเอียดกว่าปกตินิดนึง ชงชอทให้สั้นสักนิด โดยสังเกตสีของน้ำกาแฟเป็นหลัก เมื่อทำครบทุกอย่างรสชาติจะกลมกล่อม ครีมาจะเนียนแน่น ความพุ่งของแอซิดิตี้และความเนียนของอาฟเตอร์เทสต์ขึ้นอยู่กับเครื่อง ความสะอาด และฝีมือบาริสต้า<br /><br />หากท่านไหนไม่เข้าใจศัพท์เทคนิคที่เขียนมาด้านบนก็โทรมาถามได้ครับ<br />]]>
        
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>4 คำกริยา และ 4 คำวิเศษณ์</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://bkksprolab.com/2008/07/4-4.html" />
    <id>tag:bkksprolab.com,2008://1.91</id>

    <published>2008-07-03T00:08:38Z</published>
    <updated>2008-07-04T00:34:06Z</updated>

    <summary>คนเราเมื่อทำอะไรซ้ำซากนานๆ ไป ทำให้เกิดอาการจิตตายด้าน ผ่านครึ่งปีไปลองมาสำรวจพฤติกรรมของชีวิตตัวเองดูหน่อยก็ดีเหมือนกัน พอดีได้รับเมล์ส่งต่อกันมา ในเมล์นั้นมีข้อความสั้นๆ สี่วลี ที่จะทำให้พบทั้งความสุขและทุกข์ในชีวิต Live simply. Love generously. Care deeply. Speak kindly.ผมสะท้อนใจตัวเองได้ดังนี้ ......</summary>
    <author>
        <name>Suksit</name>
        
    </author>
    
    <category term="แรนท์" label="แรนท์" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#tag" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://bkksprolab.com/">
        <![CDATA[คนเราเมื่อทำอะไรซ้ำซากนานๆ ไป ทำให้เกิดอาการจิตตายด้าน ผ่านครึ่งปีไปลองมาสำรวจพฤติกรรมของชีวิตตัวเองดูหน่อยก็ดีเหมือนกัน พอดีได้รับเมล์ส่งต่อกันมา ในเมล์นั้นมีข้อความสั้นๆ สี่วลี ที่จะทำให้พบทั้งความสุขและทุกข์ในชีวิต

Live simply.
Love generously.
Care deeply.
Speak kindly.<br /><br />ผมสะท้อนใจตัวเองได้ดังนี้ ...<br /><br />]]>
        <![CDATA[<strong>Live simply</strong> - ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ไม่ต้องทำอะไรให้มันซับซ้อนโดยไม่จำเป็น อยู่ง่ายกินง่าย เป็นตัวของตัวเอง ไม่เป็นตัวประหลาด เข้าสังคมได้ กระแสแฟชั่นเป็นสิ่งเปลือกนอกจอมปลอม ไม่ต้องดิ้นรนขวนขวายจะเป็นที่หนึ่งให้ได้ ไม่แสวงหาสิ่งปลุกเร้าฟุ้งเฟ้อ
<br /><br />บางทีเครื่องชงกาแฟง่ายๆ อย่างเคมเม็กซ์ กับเครื่องบดมือหมุน ก็ทำให้เช้าวันนี้มีความสุขได้แล้ว เพราะความสุขที่แท้จริงอยู่ที่คุณภาพของเมล็ดกาแฟ หาใช่ตัวเครื่องหรือวิธีการชงไม่
<strong>
<br /><br />Love generously</strong> - รักอย่างไม่มีหมด เปิดพจนานุกรมดูความหมายของ generous แปลว่าพร้อมที่จะให้มากกว่าที่ผู้รับจำเป็นหรือต้องการ รักสม่ำเสมอ รักแล้วรักอีก

<br /><br />หากไม่รักก็จะไม่ซึ้งและไม่ยอมทุ่มเทแบบที่ฝรั่งเรียกว่า go extra mile เพื่อให้กาแฟออกมาดี ผมคั่วกาแฟแล้วลูกค้าชอบผมก็ชื่นใจ เวลาลูกค้ามีปัญหาผมก็ร้อนใจ วันนี้ได้ไปเยี่ยมร้าน seat2cup เห็นบาริสต้าที่รักจะให้บริการลูกค้าแล้วรู้สึกหัวใจคับพอง รู้สึกอยากเป็นลูกค้าร้านนี้หมดใจไม่ไปร้านอื่น
<br /><br /><strong>Care deeply</strong> - ห่วงใยอย่างสุดซึ้งจากเบื้องลึกของหัวใจ ไม่ใช่เพราะสถานการณ์บังคับ ไม่ใช่เพราะหวังผลตอบแทน 



<br /><br />ตำราธุรกิจสอนให้คบคนเพื่อหวังผลประโยชน์ แต่กาแฟเป็นสิ่งพิเศษที่ทำให้เราลืมผลประโยชน์ไปชั่วขณะ (อาจเป็นเพราะฤทธิ์คาเฟอีน) จากคู่ค้ามาเป็นเพื่อน ชาวไร่เป็นเพื่อนกับนักคั่วกาแฟ นักคั่วกาแฟเป็นเพื่อนกับบาริสต้า บาริสต้าเป็นเพื่อนกับลูกค้า บาริสต้าแนะนำนักคั่วให้รู้จักลูกค้า นักคั่วแนะนำชาวไร่ให้บาริสต้ารู้จัก เป็นสังคมที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน นั่นคือความสุขเมื่อได้ดื่มกาแฟดีๆ<br /><br /><b>Speak kindly</b> - พูดสิ่งที่ดีงาม ตำหนิด้วยหวังดี มีทัศนคติในทางเสริมสร้างและสร้างสรรค์<br /><br />ขอบคุณกลุ่มคนรักกาแฟที่รวมตัวกันจิบไวน์ทุกปลายเดือน มาแบ่งปัน เตือนสติ ให้ข้อคิด หนุนจิตชูใจ ให้คนทำธุรกิจเดียวกันฝ่าฟันมรสุมเศรษฐกิจไปได้ ผมต้องขอโทษทุกท่านหากคำพูดหรือตัวอักษรของผมทำให้ผู้ใดเจ็บช้ำน้ำใจหรือเสียผลประโยชน์ โดยเฉพาะคุณซานที่ขายเครื่องบวกเพื่อคุณให้กับผม ผมลืมคิดไปว่าเครื่องชงกาแฟก็เหมือนคน แต่ละตัวก็มีเอกลักษณ์ของตัวเอง ไม่มีใครดีพร้อมไปหมด รักใครชอบใครก็ใช้กันไป ขอบคุณคุณวุฒิที่เตือนสติ ขอบคุณคุณกอบกุลที่ให้กำลังใจ<br /><br />----------<br /><br />ก่อนทำธุรกิจส่วนตัวผมเคยเชื่อใน 4 คำกริยา และ 4 คำวิเศษณ์ด้านบนครับ แต่พอเอาเข้าจริงในโลกแห่งการแข่งขันมันเป็นไปไม่ได้ คนที่เข้มแข็งที่สุดเท่านั้นจึงจะรอดอยู่ได้ ถ้าเราเป็นอย่างที่บรรยายมาด้านบน เราจะเป็นเหมือนลูกแกะหลงอยู่กลางป่า รอวันโดนงาบคาบไปกิน เพราะแต่ละคนเป็นดังหมาป่าคอยจ้องช่วงชิงโอกาส ผมยังเชื่อแบบนั้นอยู่ แต่ขอเป็นนกฮูกที่เบิกตาโพลงคอยระวังภัย มองหาเพื่อนแท้ หลบเลี่ยงคนที่จ้องหาผลประโยชน์<br /><br />สุภาษิตคนยิวมีบอกว่า "มีเพื่อนบางคนที่แสร้งทำเป็นเพื่อน แต่มีมิตรบางคนใกล้ชิดยิ่งกว่าพี่น้อง" ผมหวังว่าครึ่งปีหลังนี้จะมีสติปัญญาและสัญชาตญาณ เพื่อจะได้รู้ว่าใครเป็นเพื่อนและใครเป็นมิตร ใครที่เราจะห่วงหาอาทรอย่างสุดซึ้ง และใครที่เราจะรักหมดใจ<br /><br />ขอบคุณกาแฟเมล็ดเล็กๆ ที่ช่วยทำให้ผมเข้าใจชีวิตมากขึ้นอีกนิดนึง<br />]]>
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>แจ้งให้ทราบ</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://bkksprolab.com/2008/06/post-64.html" />
    <id>tag:bkksprolab.com,2008://1.88</id>

    <published>2008-06-28T13:53:56Z</published>
    <updated>2008-07-01T01:09:57Z</updated>

    <summary>มีข่าวแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับเรื่องเว็บครับหน้าดัลลาคอร์เต้ใหม่เสร็จแล้วครับ เชิญคลิกไปดูได้ที่นี่สำหรับท่านที่ได้สมัครสมาชิกไว้ ผมได้จัดการเพิ่มเข้าระบบให้เรียบร้อยแล้วนะครับ หากท่านไม่สามารถล็อกอินได้หรือลืมพาสเวิร์ด โปรดแจ้งผมที่เมล์ admin แอท bkksprolab.com ครับ โดยระบุชื่อที่ได้สมัครไว้...</summary>
    <author>
        <name>Suksit</name>
        
    </author>
    
    <category term="อัพเดตเว็บ" label="อัพเดตเว็บ" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#tag" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://bkksprolab.com/">
        <![CDATA[มีข่าวแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับเรื่องเว็บครับ<br /><br />หน้าดัลลาคอร์เต้ใหม่เสร็จแล้วครับ <a href="http://www.bkksprolab.com/product/dalla-corte-thai.html">เชิญคลิกไปดูได้ที่นี่</a><br /><br />สำหรับท่านที่ได้สมัครสมาชิกไว้ ผมได้จัดการเพิ่มเข้าระบบให้เรียบร้อยแล้วนะครับ หากท่านไม่สามารถล็อกอินได้หรือลืมพาสเวิร์ด โปรดแจ้งผมที่เมล์ admin แอท bkksprolab.com ครับ โดยระบุชื่อที่ได้สมัครไว้<br /> ]]>
        
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>ไร่กาแฟในฝัน</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://bkksprolab.com/2008/06/post-63.html" />
    <id>tag:bkksprolab.com,2008://1.87</id>

    <published>2008-06-27T01:36:14Z</published>
    <updated>2008-06-27T03:21:24Z</updated>

    <summary>เห็นเพื่อนๆ ไปเที่ยวโคเปนเฮเก้นกันก็คิดอิจฉา พอดีปีนี้ลงทุนไปเยอะกับเครื่องคั่วตัวใหม่ ไม่มีตังค์ไปครับ เลยต้องหาที่ไปเที่ยวใกล้ๆ ได้ติดต่อกับเพื่อนที่เป็นมิชชันนารีว่าพอมีใครรู้จักปลูกกาแฟทางภาคเหนือบ้าง ก็ได้ยินมาว่ามีฝรั่งชาวอเมริกันวัย 27 ปี เป็นลูกมิชชันนารี เกิดที่เมืองไทย เคยเป็นมือคั่วกาแฟอยู่ที่อเมริกามาประมาณ 2 ปี ตอนนี้ย้ายรกรากกลับมาทำไร่กาแฟอยู่ทางเหนือผมได้ติดต่อและวางแผนกำหนดวันเดินทางเรียบร้อย ก็จับเครื่องบินโลว์คอสต์ไปเที่ยวไร่กาแฟทันที...</summary>
    <author>
        <name>Suksit</name>
        
    </author>
    
        <category term="coffee farms" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    <category term="กาแฟไทย" label="กาแฟไทย" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#tag" />
    <category term="เที่ยวไร่กาแฟ" label="เที่ยวไร่กาแฟ" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#tag" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://bkksprolab.com/">
        <![CDATA[เห็น<a href="http://www.espressofriend.com/blog/">เพื่อนๆ</a> ไปเที่ยวโคเปนเฮเก้นกันก็คิดอิจฉา พอดีปีนี้ลงทุนไปเยอะกับเครื่องคั่วตัวใหม่ ไม่มีตังค์ไปครับ เลยต้องหาที่ไปเที่ยวใกล้ๆ ได้ติดต่อกับเพื่อนที่เป็นมิชชันนารีว่าพอมีใครรู้จักปลูกกาแฟทางภาคเหนือบ้าง ก็ได้ยินมาว่ามีฝรั่งชาวอเมริกันวัย 27 ปี เป็นลูกมิชชันนารี เกิดที่เมืองไทย เคยเป็นมือคั่วกาแฟอยู่ที่อเมริกามาประมาณ 2 ปี ตอนนี้ย้ายรกรากกลับมาทำไร่กาแฟอยู่ทางเหนือ<div><br /></div><div>ผมได้ติดต่อและวางแผนกำหนดวันเดินทางเรียบร้อย ก็จับเครื่องบินโลว์คอสต์ไปเที่ยวไร่กาแฟทันที</div>]]>
        <![CDATA[<img src="http://www.bkksprolab.com/image/newfarm/firstfarm.jpg" /><br /><br /><div>ไร่ที่ว่ายังไม่ได้เป็นไร่หรอกครับ เป็นเพียงแปลงทดลองกาแฟของมิชชันนารีคนนี้ โครงการพัฒนาทั้งด้านความเป็นอยู่และจิตใจจิตวิญญาณของเขานั้นเริ่มต้นด้วยความรักในพระเยซูคริสต์ อยากจะให้คนในพื้นที่นี้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และนำเรื่องราวของพระเจ้ามาเล่าให้เขาฟัง ประกอบกับความรักในกาแฟ จึงเอาทั้งหมดนี้มารวมกันเป็นแรงบันดาลใจและกำลังใจ มาอยู่ในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ ห่างจากกาแฟดีๆ ที่เคยคั่วเคยดื่ม<div><br /><img src="http://www.bkksprolab.com/image/newfarm/geisha.jpg" /><br /><br /><div>สาเหตุที่ผมบอกว่าไร่กาแฟในฝันก็เพราะเจ้าต้นกาแฟยอดสีเขียวอ่อนนี้แหละครับ เขาเล่าว่าเป็นสายพันธุ์ Geisha ที่ลือลั่น ของแท้และแน่นอน แต่ไม่ได้บอกว่ามันมาได้ยังไง แถมยังมีสายพันธุ์ typica จากลาวที่มียอดสีทองแดงนี้อีกด้วย เรียกได้ว่ากาแฟสายพันธุ์ดีๆ อยู่ที่นี่ถึงสองชนิด<div><br /><img src="http://www.bkksprolab.com/image/newfarm/typica.jpg" /><div><br /></div><div>แนวคิดนี้ต่างจากที่ผมเคยได้ยินเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ พูดถึงการส่งเสริมการปลูกกาแฟ ซึ่งเขาบอกว่าต้นกาแฟสายพันธุ์พวกนี้ไม่ค่อยทนโรค ควรปลูกสายพันธุ์ที่ให้รสชาติด้อยกว่า แต่ทนโรค ปลูกง่าย ให้ผลผลิตเยอะดีกว่า แต่นี่เขาคิดในมุมมองของคนคั่วกาแฟ คือปลูกกาแฟที่สายพันธุ์ดี ให้รสชาติดี และแม้ผลผลิตจะน้อย แต่ชดเชยด้วยราคาที่ขายได้สูงกว่า</div><div><br /><img src="http://www.bkksprolab.com/image/newfarm/piglets.jpg" /><br /><br /></div><div>แนวคิดการทำเกษตรแบบผสมผสานของเขาเห็นได้ชัดเจนจากการเลี้ยงสัตว์ เช่นสุกร แกะ แพะ และไก่ เพื่อช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้หลายทางมากขึ้น รวมถึงปุ๋ยธรรมชาติที่ได้จากมูลของสัตว์เหล่านั้น</div><div><br /><img src="http://www.bkksprolab.com/image/newfarm/sheep.jpg" /><br /><br /></div><div>อีกอย่างหนึ่งที่ผมว่าที่นี่เป็นไร่กาแฟในฝันก็เพราะอากาศครับ ก่อนที่เขาจะลงมือปลูกได้ทำการศึกษาจากตำราเป็นอย่างดี ว่าสภาพอากาศแบบไหนเหมาะกับการปลูกกาแฟ ก็ได้พื้นที่ซึ่งมีสภาพอากาศคล้ายกับฮาวาย แหล่งเพาะปลูกชื่อดังอีกแห่งของโลก ไม่มีแดดจ้า มีความชื้นสัมพัทธ์ค่อนข้างสูง อากาศเย็น และมีลมโกรกดี</div><div><br /><img src="http://www.bkksprolab.com/image/newfarm/watching.jpg" /><br /><br /></div><div>แปลงที่เห็นข้างบนนี้เป็นแปลงแรกที่ปลูก ส่วนใหญ่เป็นคาติมอร์ คาทูร่า และคาทูย โดยได้พันธุ์มาจากในไทยนี่เอง ได้ผลผลิตปีแรกแล้ว 1 กิโลกับสองขีด ส่งไปให้เพื่อนเขาที่โรงคั่วชื่อดังในอเมริกาทดสอบรสชาติ กำลังรอฟังผลอยู่ครับ</div><div><br /><img src="http://www.bkksprolab.com/image/newfarm/greencherry.jpg" /><br /><br /></div><div>ผลงานจากน้ำพักน้ำแรง ที่ลงมือขุดดินเอง ถางต้นไม้เอง ฯลฯ เห็นผลกาแฟออกมาก็ชื่น...น ใจ</div><div><br />

<img src="http://www.bkksprolab.com/image/newfarm/soilsample.jpg" /> <img src="http://www.bkksprolab.com/image/newfarm/foresttest.jpg" /><br /><br />
</div><div>สิ่งที่ผมประทับใจคือเขาเป็นคนที่ติดดินจริงๆ ดูเล็บมือเล็บเท้าก็จะเห็นว่าเลอะเทอะสมกับเป็นชาวไร่ แต่ก็มีความเป็นนักทดลองสูง มีการเก็บตัวอย่างดินไปทดสอบ มีการทดลองปลูกในสภาพพื้นที่ต่างๆ กัน เช่นปลูกในป่าแบบที่เห็นด้านบนนี้ และแนวคิดอีกอย่างที่ผมชอบคือเรื่องการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว เขาบอกว่าถ้าอยากได้เอสเพรสโซดีๆ ก็ต้องทำแบบ semi-wet ผมได้ยินอย่างดีก็ตบเข่าฉาด ถูกใจคนคั่วกาแฟเอสเพรสโซอย่างผมจริงๆ ครับ
</div><div><br />
ก่อนกลับผมสอบถามดูว่าได้รับการสนับสนุนการเงินจากใครบ้าง เขาบอกว่าเขาไม่ได้ขึ้นกับองค์กรใดๆ แต่มีเพื่อนสนิทสมัยเรียนคนนึงส่งเสริมให้มา โดยส่งเงินมาช่วยเหลือตามกำลังทรัพย์ และก็มีสมาชิกที่โบสถ์ในเมืองนอกส่งเงินมาบ้าง ผมเองก็มีความตั้งใจว่าเราอยากจะช่วยเขาบ้าง <span class="Apple-style-span" style="font-weight: bold;">โดยจะกันเงิน 10% ของมูลค่ากาแฟคั่วที่ผมขายได้ เปิดบัญชีธนาคารไว้ต่างหาก เพื่อเก็บไว้เป็นค่า<a href="http://www.pinhalense.com.br/img/produtos/dc-6d.jpg">เครื่องจักรที่จะนำมาโม่เปลือกกาแฟ</a> และ<a href="http://www.pinhalense.com.br/img/produtos/srm.jpg">เตาอบ</a> เพื่อให้การทำ semi-wet สมบูรณ์แบบ </span>ในที่นี้ก็ขอขอบคุณลูกค้าที่น่ารักของผมทุกคนครับ พวกเราจะได้ร่วมกันทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไร่กาแฟดีขึ้นในอนาคตจริงๆ</div></div></div></div></div>]]>
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>อายุการใช้งานของเครื่องชงกาแฟ</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://bkksprolab.com/2008/06/post-62.html" />
    <id>tag:bkksprolab.com,2008://1.86</id>

    <published>2008-06-25T14:00:36Z</published>
    <updated>2008-06-25T23:47:48Z</updated>

    <summary>คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุดเวลาเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟคือ มีบริการหลังการขายไม๊? อู๊ย เจ้านั้นเค้าเข้ามาเช็คให้ทุกสองเดือนเลยนะ... โอ๊ย เจ้านี้เค้าการันตีช่างถึงที่ในยี่สิบสี่ชั่วโมง... อู๊ย เจ้านู้นเค้ามีทีมช่างที่เก่งที่สุดในประเทศ... ฯลฯส่วนตัวผมว่าช่างที่ดีที่สุดคือบาริสต้าครับ ถ้าบาริสต้าเอาใจใส่เครื่อง ตรวจเช็คทุกวัน เครื่องนั้นจะห่างไกลจากช่างของบริษัทมากทีเดียว ผมลองเสิร์ชดูเกี่ยวกับเรื่องการบำรุงรักษาเครื่องชงกาแฟที่บาริสต้าสามารถทำได้ ก็เจอจากในเว็บนี้ครับ บางอย่างก็ไม่ตรงกับที่เคยได้ยินมา ผมได้พิจารณาแล้วว่าน่าจะเป็นประโยชน์ จึงขอเรียบเรียงมาให้อ่านเป็นเวอร์ชั่นของผมแล้วกัน...</summary>
    <author>
        <name>Suksit</name>
        
    </author>
    
        <category term="coffee machine" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    <category term="บำรุงรักษา" label="บำรุงรักษา" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#tag" />
    <category term="เครื่องชงกาแฟ" label="เครื่องชงกาแฟ" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#tag" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://bkksprolab.com/">
        <![CDATA[คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุดเวลาเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟคือ มีบริการหลังการขายไม๊? อู๊ย เจ้านั้นเค้าเข้ามาเช็คให้ทุกสองเดือนเลยนะ... โอ๊ย เจ้านี้เค้าการันตีช่างถึงที่ในยี่สิบสี่ชั่วโมง... อู๊ย เจ้านู้นเค้ามีทีมช่างที่เก่งที่สุดในประเทศ... ฯลฯ<br /><br />ส่วนตัวผมว่าช่างที่ดีที่สุดคือบาริสต้าครับ ถ้าบาริสต้าเอาใจใส่เครื่อง ตรวจเช็คทุกวัน เครื่องนั้นจะห่างไกลจากช่างของบริษัทมากทีเดียว ผมลองเสิร์ชดูเกี่ยวกับเรื่องการบำรุงรักษาเครื่องชงกาแฟที่บาริสต้าสามารถทำได้ ก็เจอจากใน<a href="http://coffeetime.wikidot.com/maintenance-of-espresso-machines">เว็บนี้ครับ</a> บางอย่างก็ไม่ตรงกับที่เคยได้ยินมา ผมได้พิจารณาแล้วว่าน่าจะเป็นประโยชน์ จึงขอเรียบเรียงมาให้อ่านเป็นเวอร์ชั่นของผมแล้วกัน ]]>
        <![CDATA[<span class="mt-enclosure mt-enclosure-image"><a href="http://bkksprolab.com/image/124981309_e3508088cc_o.html" onclick="window.open('http://bkksprolab.com/image/124981309_e3508088cc_o.html','popup','width=853,height=1280,scrollbars=no,resizable=no,toolbar=no,directories=no,location=no,menubar=no,status=no,left=0,top=0'); return false"><img src="http://bkksprolab.com/image/124981309_e3508088cc_o-thumb-350x525.jpg" alt="124981309_e3508088cc_o.jpg" class="mt-image-left" style="margin: 0pt 20px 20px 0pt; float: left;" width="350" height="525" /></a></span>ปัญหาใหญ่ๆ ของเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซเกิดจากสามสิ่งเรียงตามลำดับความแสบสันต์<br /><br />หนึ่ง คือ ผู้ใช้เครื่อง<br />สอง คือ น้องน้ำสุดที่รัก<br />สาม คือ อายุการใช้งานของเครื่อง<br /><br />ทำไมผู้ใช้เครื่องจึงเป็น<b>ตัวแสบอันดับหนึ่ง</b>? เพราะการใช้งานเครื่องแบบไม่แยแส ไม่บันยะบันยัง ไม่เข้าใจวิธีใช้งานที่ถูกต้อง ทำให้เครื่องชงกาแฟเสียหายได้ง่ายที่สุด<br /><br />บาริสต้าต้องรู้วิธีการใช้เครื่องจากคู่มือ พยายามอ่านคำเตือนในคู่มือ เรียนรู้การทำความสะอาดที่ถูกต้อง บางทีบาริสต้าอยากทำเก่งอวดสาว หรือโกรธใครมา ก็มาโครมครามใส่เครื่องชงกาแฟ หรือการหมุนหรือขยับอะไรเร็วๆ แรงๆ ก็ทำให้เครื่องเสียหายได้ง่าย อย่าเอาของเหลวสารพัดไปไว้บนหลังเครื่อง เช่นซอสชอคโกแลต นมข้นหวานที่เพิ่งเอาออกจากตู้เย็น เพราะของเหลวทำละลายเข้มข้นนั้นอาจหกใส่ชิ้นส่วนต่างๆ และทำให้ชิ้นส่วนเหล่านั้นทำงานผิดปกติไป<br /><br />เราถูกสอนมาว่าให้ใส่ portafilter ไว้ในหัวกรุ๊ปตลอดเวลาที่ไม่ได้ใช้ แต่ถ้าใส่ไว้แน่นเกินไปก็ทำให้ปะเก็นยางยุบเร็วก่อนเวลา ส่วนเรื่องความสะอาดก็เช่นกัน ถ้าไม่เคยแบ็คฟลัชด้วยผงโจโกลวหัวเหม่งเลยก็จะทำให้วาล์วต่างๆ สกปรกและรั่วซึมได้ง่าย ส่วนถ้าสะอาดเกินไปก็อาจทำให้ชิ้นส่วนต่างๆ ที่ขยับได้นั้นฝืดเกินไป หรือยางปะเก็นที่ไม่เคยทำความสะอาดระหว่างวันเลยนั้น กากกาแฟก็จะสะสมและทำให้น้ำซึมได้ง่าย<br /><br />ผู้ผลิตเครื่องชงกาแฟนั้นแนะนำให้เปิดเครื่องทิ้งไว้ตลอดเวลา 24 ชม. เขาอ้างว่านั่นจะทำให้ปะเก็นต่างๆ หรือรอยต่อของท่อทองแดงเกิดความเครียดน้อยลง อายุการใช้งานของเครื่องยาวนานขึ้น แต่นั่นก็ทำให้สายไฟกรอบเร็วขึ้นหากเป็นของคุณภาพต่ำ ทนความร้อนได้น้อย<br /><br /><b>ตัวแสบหมายเลขสอง</b>คือ น้องน้ำ เพราะน้องน้ำมักพาเพื่อนไม่พึงประสงค์มาด้วย เช่นฝุ่นผง หรือแร่ธาตุต่างๆ ที่ดีต่อร่างกายแต่ไม่ดีต่อเครื่องชงกาแฟ นอกจากนี้ก็ยังต้องคำนึงถึงรสชาติของน้ำที่มีผลอย่างมากต่อรสชาติกาแฟด้วย ผมแนะนำให้ลูกค้าจัดการระบบน้ำให้เรียบร้อยตั้งแต่แรก โดยต้องคำนึงถึงระดับแร่ธาตุที่ผสมอยู่ ความสะอาด กลิ่น รส อัตราการไหลต่อนาที แรงดัน ขนาดของท่อ บ่อพัก ฯลฯ หากไม่อยากเสียเงินก้อนโตก็ค่อยๆ จ่ายโดยการซื้อน้ำขวดหรือน้ำถังที่ได้คุณภาพมาใช้ก็ได้<br /><br />หากเครื่องชงกาแฟและร้านของคุณมีระบบน้ำที่ดี คุณสามารถจัดการล้างตะกรันแบบเล็กๆ โดยไม่ต้องรื้อเครื่องเป็นชิ้นๆ ได้เป็นระยะๆ สักปีละสองครั้ง&nbsp; หากทำตรงนี้ได้ (ประกอบกับคุณภาพน้ำที่ดี) จะทำให้เครื่องชงกาแฟของท่านปลอดตะกรันไปได้หลายปีดีดัก<br /><br /><span class="mt-enclosure mt-enclosure-image"><a href="http://bkksprolab.com/image/2112301410_4b26cb0bb8_o.html" onclick="window.open('http://bkksprolab.com/image/2112301410_4b26cb0bb8_o.html','popup','width=1200,height=800,scrollbars=no,resizable=no,toolbar=no,directories=no,location=no,menubar=no,status=no,left=0,top=0'); return false"><img src="http://bkksprolab.com/image/2112301410_4b26cb0bb8_o-thumb-720x480.jpg" alt="2112301410_4b26cb0bb8_o.jpg" width="720" height="480" /></a></span>
<p><strong><br /></strong></p>
<p><strong>สุดท้าย... กาลเวลา<span style="text-decoration: underline;"></span></strong> เครื่องชงกาแฟที่ใช้มานานก็ย่อมเสื่อมสลายไปตามสมควร ไม่มีเครื่องไหนที่อยู่ยงคงกระพัน แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ได้เป็นหลายปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพของอะไหล่ที่นำมาประกอบกัน ชิ้นส่วนบางตัวก็จะทนกว่าชิ้นส่วนบางตัว บางอย่างถ้าไม่มีเหตุสุดวิสัยก็ไม่เสีย เช่นแผงอิเล็คทรอนิคส์อยู่ได้เป็นสิบๆ ปีหากไม่โดนไฟกระชากหรือฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา <br /></p><p></p><ul><li>ปะเก็นยางหัวกรุ๊ป มีอายุประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับคุณภาพของยาง ความโหดร้ายของบาริสต้า และความสะอาด</li><li>ตะแกรงฝักบัว (shower screens) มีอายุค่อนข้างนาน ขอให้รักษาให้สะอาด และอย่าขันน็อตแน่นเกินไป<br /></li><li>วาล์วกันสูญญากาศและเซฟตี้วาล์วระบายแรงดันที่ติดอยู่บนบอยเลอร์ รวมถึงเพรสเชอร์แสตท มีอายุประมาณ 3-7 ปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพของชิ้นส่วนที่เลือกใช้<br /></li><li>ตัวฮีทเตอร์ มีอายุประมาณ 3-10 หากไม่เจอน้ำแห้ง ฟ้าผ่า หรือไฟกระชาก<br /></li><li>หัวกรุ๊ป โดยเฉพาะรุ่น E61 ส่วนใหญ่ข้างในจะเป็นสปริง โอริง ประเก็น ซึ่งจะเสื่อม ล้า รั่ว ในระยะเวลา 2-3 ปี ขึ้นอยู่กับการใช้งานด้วย ซึ่งสนนราคาค่าอะไหล่ก็ไม่กี่สตางค์</li><li>อุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ เช่นกล่องควบคุม โซลินอยด์วาล์ว มีอายุประมาณ 5-7 ปี<br /></li><li>วาล์วท่อสตีมและน้ำร้อน ถ้าไม่โหดร้ายกับมัน เช่น หมุนเร็วเกินไป หมุนแน่นเกินไป จะอยู่ได้ 3-7 ปีเชียว <br /></li></ul>
<p><strong></strong>จะว่าไปแล้ว เครื่องชงกาแฟก็เหมือนกับรถยนต์ หากผู้ใช้ดูแลรักษาอยู่เสมอ เปลี่ยนอะไหล่เล็กๆ น้อยๆ ตามระยะทาง รถยนต์ก็จะอยู่กับเราได้เป็นสิบๆ ปี หากขับแบบเติมน้ำมันกับลมยางอย่างเดียว ออกรถใหม่มาสองสามปีก็จะมีปัญหาแล้ว</p>]]>
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>วัดกันตัวๆ</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://bkksprolab.com/2008/06/post-61.html" />
    <id>tag:bkksprolab.com,2008://1.85</id>

    <published>2008-06-23T05:14:25Z</published>
    <updated>2008-06-23T05:53:15Z</updated>

    <summary>ถ้าอยากรู้ว่าเครื่องชงกาแฟแต่ละตัวมีคุณสมบัติต่างกันอย่างไร ชงกาแฟออกมาแล้วอร่อยหรือไม่อร่อยอย่างไร วิธีที่ทำได้ง่ายที่สุดคือ เอาเครื่องชงที่ต้องการทดสอบนั้นมาชงกาแฟตัวเดียวกัน เครื่องบดเดียวกัน คุมตัวแปรต่างๆ ให้ได้ใกล้เคียงกัน พอดีเช้านี้ว่างๆ ก็เลยจับเครื่องชงสองตัวที่อวดอ้างสรรพคุณว่าเจ๋งที่สุดมาชงเทียบกัน...</summary>
    <author>
        <name>Suksit</name>
        
    </author>
    
        <category term="cupping" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
        <category term="product" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    <category term="ชงกาแฟ" label="ชงกาแฟ" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#tag" />
    <category term="เคมเม็กซ์" label="เคมเม็กซ์" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#tag" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://bkksprolab.com/">
        ถ้าอยากรู้ว่าเครื่องชงกาแฟแต่ละตัวมีคุณสมบัติต่างกันอย่างไร ชงกาแฟออกมาแล้วอร่อยหรือไม่อร่อยอย่างไร วิธีที่ทำได้ง่ายที่สุดคือ เอาเครื่องชงที่ต้องการทดสอบนั้นมาชงกาแฟตัวเดียวกัน เครื่องบดเดียวกัน คุมตัวแปรต่างๆ ให้ได้ใกล้เคียงกัน พอดีเช้านี้ว่างๆ ก็เลยจับเครื่องชงสองตัวที่อวดอ้างสรรพคุณว่าเจ๋งที่สุดมาชงเทียบกัน
        <![CDATA[<img src="http://www.bkksprolab.com/image/shootout/side_by_side_empty.jpg" /> <img src="http://www.bkksprolab.com/image/shootout/side_by_side.jpg" /><div><br /></div><div>เครื่องชงที่ว่าราคาหลักพันเท่านั้นครับ โดยมุมแดงด้านซ้าย คือเคมเมกซ์ จากสหรัฐอเมริกา กระดาษกรองแผ่นละ 7 บาท ส่วนด้านขวา ฮาริโอะ จากญี่ปุ่น กระดาษกรองแผ่นละ 3 บาท กาแฟเป็นรวันดา ค่อนข้างเก่า กินอยู่ทุกเช้า บดโดยเครื่องบดจากเยอรมัน ปริมาณกาแฟที่ใส่ลงไปบดนั้นใกล้เคียงกัน</div><div><br /></div><div>ด้านผู้ท้าชิงจากญี่ปุ่นอ้างสรรพคุณของกระดาษกรองทรงกรวยสีน้ำตาล ว่ากันว่าจะทำให้กลิ่นแปลกปลอมน้อยลง และโถชงแบบพิเศษที่ทำให้น้ำไหลลงไปได้เร็วขึ้น ส่วนแชมป์เก่าจากอเมริกานั้นเป็นกระดาษแบบพับ ฟอกสีด้วยกรรมวิธีออกซิเจนบลีช ให้กลิ่นที่สะอาด และเนื้อกระดาษหนาพิเศษ เหนียว และปล่อยผ่านกรดไขมันที่ดีตามธรรมชาติ และเก็บกักสิ่งที่ไม่ดีไว้</div><div><br /></div><div>ก่อนชงก็ลวกกระดาษกรองทั้งสองฝั่งก่อนด้วยน้ำร้อน เพื่อเป็นการล้างสารเคมีที่อาจตกค้างมา และอุ่นโถแก้วไปด้วย ผมเคยประสบเหตุการณ์กระดาษกรองของฝั่งผู้ท้าชิงขาดตรงแนวด้านข้างที่ใช้เครื่องกดให้กระดาษสองฝั่งมาติดกันครั้งหนึ่งแล้ว คราวนี้จึงระมัดระวังเป็นพิเศษ ส่วนจากอเมริกาไม่มีรอยที่ว่า ก็ราดน้ำลงไปได้เลย</div><div><br /></div><div>บดกาแฟเสร็จก็ใส่ลงไป พร้อมราดน้ำเล็กน้อยให้กาแฟพองขึ้นก่อน ตามคำแนะนำของผู้ผลิตทั้งสอง</div><div><br />

<img src="http://www.bkksprolab.com/image/shootout/bloom.jpg" /></div><div><br /></div><div>เนื่องจากฝั่งญี่ปุ่นจะมีปากกว้างและแบนกว่าฝั่งอเมริกา ดังนั้น เราจึงเห็นแก็สลอยขึ้นมาที่ผิวหน้าได้มากกว่า</div><div><br /></div><div><img src="http://www.bkksprolab.com/image/shootout/end_shot.jpg" />

</div><div><br /></div><div>หลังจากราดน้ำลงไปจนถึงปริมาตรที่ต้องการ จะเห็นได้ว่าฝั่งญี่ปุ่นน้ำจะไหลเร็วกว่าเห็นๆ ส่วนฝั่งอเมริกา น้ำกาแฟจะชุ่มอยู่นานกว่า</div><div><br /></div><div><img src="http://www.bkksprolab.com/image/shootout/fin_chemex.jpg" />

</div><div><br /></div><div>นี่คือน้ำกาแฟจากแชมป์เก่าฝั่งอเมริกาครับ พยายามถ่ายให้เห็นคราบน้ำมันที่ลอยอยู่ตรงผิวหน้า แต่เอาเข้าจริงกลับไม่ค่อยเห็นครับ ลองสังเกตตรงฟองแล้วกันครับ ฟองเล็กกว่าผู้ท้าชิงจากญี่ปุ่นในภาพด้านล่าง</div><div><br /></div><div><img src="http://www.bkksprolab.com/image/shootout/fin_hario.jpg" />
</div><div><br /></div><div>ฟองจากญี่ปุ่นจะใหญ่กว่า มีคราบน้ำมันบ้างเล็กน้อย แต่ที่แน่ๆ คือรสชาติที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดครับ จากญี่ปุ่นจะหนักไปทางแอซิดิตี้ ขณะที่ยังร้อนอยู่ก็จับได้แล้วว่าบาดปากพอสมควร แต่ฝั่งทางอเมริกาจะได้บอดี้เยอะกว่า แอซิดิตี้ไม่พุ่งปรี๊ดปร๊าด แต่กระเดียดไปทางนุ่มนวล ยิ่งเวลากาแฟเย็นตัวลง ความต่างตรงแอซิดิตี้ตรงนี้ก็จะชัดเจนขึ้น ผมตั้งทิ้งไว้แล้วให้ปล่อยให้แม่ผมเลือกดื่มตามอัธยาศัย ส่วนตัวผมเองไปคั่วกาแฟ</div><div><br /></div><div>กลับมาดูอีกที เห็นถ้วยผู้ท้าชิงจากญี่ปุ่นตั้งอยู่เดียวดายบนโต๊ะ ส่วนถ้วยของแชมป์เก่านั้นคว่ำอยู่บนตะแกรงล้างจานในห้องครัวเรียบร้อยแล้วครับ</div>]]>
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>WBC 2008</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://bkksprolab.com/2008/06/post-60.html" />
    <id>tag:bkksprolab.com,2008://1.84</id>

    <published>2008-06-21T04:14:46Z</published>
    <updated>2008-06-22T18:12:24Z</updated>

    <summary>จบไปแล้วครับสำหรับการแข่งขันบาริสต้าชิงแชมป์โลกประจำปี 2008 โดยปีนี้ตัวแทนคนไทยคือน้องปุ้มจากเอสแอนด์พีเหมือนเดิม น่าเสียดายที่ไม่ได้เข้ารอบ แต่ก็เห็นการพัฒนาขึ้นจากที่ได้ 447 คะแนนปีที่แล้ว ปีนี้ได้เพิ่มขึ้นมาเป็น 507 ซึ่งก็ยังตามหลังประเทศในเอเชียอย่างไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และออสเตรเลีย และห่างจากคนที่ได้แชมป์ถึง 231 คะแนน ตรงนี้ผมมองว่าเราค่อนข้างเสียเปรียบในเรื่องวัตถุดิบ ก็คือกาแฟที่เอามาคั่วกันเป็นเอสเพรสโซเบลนด์ที่ให้รสชาติเหมาะกับการแข่งขัน ซึ่งไม่ใช่เป็นสิ่งที่ปฏิบัติกันเป็นกิจวัตรในชีวิตประจำวันที่ส่วนใหญ่เน้นกาแฟไทยคั่วเข้ม เรียกว่าวัฒนธรรมการดื่มกาแฟมันผิดกันส่วนภาพบันทึกการแข่งขันก็มีแล้วนะครับ ตามที่ผมฝังมาให้ดูกัน TV Show hosted by Ustreamส่วนนี่เป็นแชมป์ในรอบชิงStreaming Video by Ustream.TV...</summary>
    <author>
        <name>Suksit</name>
        
    </author>
    
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://bkksprolab.com/">
        <![CDATA[<p>จบไปแล้วครับสำหรับการแข่งขันบาริสต้าชิงแชมป์โลกประจำปี 2008 โดยปีนี้ตัวแทนคนไทยคือน้องปุ้มจากเอสแอนด์พีเหมือนเดิม น่าเสียดายที่ไม่ได้เข้ารอบ แต่ก็เห็นการพัฒนาขึ้นจากที่ได้ 447 คะแนนปีที่แล้ว ปีนี้ได้เพิ่มขึ้นมาเป็น 507 ซึ่งก็ยังตามหลังประเทศในเอเชียอย่างไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และออสเตรเลีย และห่างจากคนที่ได้แชมป์ถึง 231 คะแนน ตรงนี้ผมมองว่าเราค่อนข้างเสียเปรียบในเรื่องวัตถุดิบ ก็คือกาแฟที่เอามาคั่วกันเป็นเอสเพรสโซเบลนด์ที่ให้รสชาติเหมาะกับการแข่งขัน ซึ่งไม่ใช่เป็นสิ่งที่ปฏิบัติกันเป็นกิจวัตรในชีวิตประจำวันที่ส่วนใหญ่เน้นกาแฟไทยคั่วเข้ม เรียกว่าวัฒนธรรมการดื่มกาแฟมันผิดกัน</p><p>ส่วนภาพบันทึกการแข่งขันก็มีแล้วนะครับ ตามที่ผมฝังมาให้ดูกัน<br /></p>
<embed flashvars="autoplay=false" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always" src="http://www.ustream.tv/flash/video/501874" type="application/x-shockwave-flash" width="320" height="260"><a href="http://www.ustream.tv/" style="padding: 2px 0px 4px; background: rgb(255, 255, 255) none repeat scroll 0% 0%; width: 320px; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial; display: block; color: rgb(0, 0, 0); font-weight: normal; font-size: 10px; text-decoration: underline; text-align: center;" target="_blank">TV Show hosted by Ustream</a><br />ส่วนนี่เป็นแชมป์ในรอบชิง<br /><br /><embed flashvars="autoplay=false" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always" src="http://www.ustream.tv/flash/video/504458" type="application/x-shockwave-flash" width="400" height="320"><a href="http://www.ustream.tv/" style="padding: 2px 0px 4px; background: rgb(255, 255, 255) none repeat scroll 0% 0%; width: 400px; -moz-background-clip: -moz-initial; -moz-background-origin: -moz-initial; -moz-background-inline-policy: -moz-initial; display: block; color: rgb(0, 0, 0); font-weight: normal; font-size: 10px; text-decoration: underline; text-align: center;" target="_blank">Streaming Video by Ustream.TV</a>]]>
        
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>บทสรุปเรื่องบวกเพื่อใคร?</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://bkksprolab.com/2008/06/post-59.html" />
    <id>tag:bkksprolab.com,2008://1.83</id>

    <published>2008-06-17T17:09:51Z</published>
    <updated>2008-06-17T18:06:25Z</updated>

    <summary>ก่อนไปบทสรุปขออัพเดตข่าวนิดหน่อยก่อนครับข่าวแรกเป็นข่าวดี คือเพื่อนผมที่เป็นเอเย่นต์ชิปปิ้งเพิ่งโทรมาบอกเมื่อตอนเย็นว่าพวกสหภาพขนส่งในยุโรปเลิกสไตรค์กันแล้ว เครื่องคั่วจะได้ลงเรือแล้ววันพุธนี้ ฮี่ฮี่ อีกเดือนนึงเจอกัน ตอนนี้กำลังไปปรึกษาคุณวุฒิพรเรื่อง afterburner อยู่ เพราะกะจะคั่วที่ lab ตรงวงเวียน 22 เลย (หากไม่มีอะไรผิดพลาด)ข่าวที่สองก็เป็นข่าวดีอีกแหละ คือสินค้าต่างๆ ที่เคยขายก็จะมีขายต่อไป (แม้จะขายไม่ค่อยดีเท่าไหร่) ผมตัดสินใจเอาเครื่องบดรุ่นเล็กอย่าง Anfim Best เข้ามาอีกครั้ง ถ้าเปรียบเทียบกับลูกพี่อย่าง Caimano จะให้ความรู้สึกในการใช้งานที่ต่างกันมาก แต่ผมเชื่อว่าในระดับเดียวกันไม่เป็นรองเครื่องยี่ห้ออื่น หรือ VBM Domobar Super เครื่องโฮมยูสคุณภาพคอมเมอร์เชียล ผมคิดว่าสินค้าที่ผมเลือกมามีคุณภาพดีพอสมควรกับราคา เพื่อนๆ ที่ซื้อไปใช้ก็ไม่มีใครบ่นกัน ดังนั้นถ้าจะทิ้งกันตอนนี้ก็ดูเหมือนไม่รับผิดชอบต่อลูกค้าเท่าไหร่ ส่วนท่านที่สนใจเครื่องระดับคอมเมอร์เชียล ผมก็ได้คัดเลือกเครื่องชงกาแฟโดยเน้นที่ใช้งานง่าย ดูแลรักษาง่าย ชงกาแฟออกมาอร่อยกว่า หน้าตาดี ราคากันเอง...</summary>
    <author>
        <name>Suksit</name>
        
    </author>
    
        <category term="about" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
        <category term="product" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    <category term="อัพเดต" label="อัพเดต" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#tag" />
    <category term="เครื่องชง" label="เครื่องชง" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#tag" />
    <category term="เครื่องบด" label="เครื่องบด" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#tag" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://bkksprolab.com/">
        <![CDATA[ก่อนไปบทสรุปขออัพเดตข่าวนิดหน่อยก่อนครับ<br /><br />ข่าวแรกเป็นข่าวดี คือเพื่อนผมที่เป็นเอเย่นต์ชิปปิ้งเพิ่งโทรมาบอกเมื่อตอนเย็นว่าพวกสหภาพขนส่งในยุโรปเลิกสไตรค์กันแล้ว เครื่องคั่วจะได้ลงเรือแล้ววันพุธนี้ ฮี่ฮี่ อีกเดือนนึงเจอกัน ตอนนี้กำลังไปปรึกษาคุณวุฒิพรเรื่อง afterburner อยู่ เพราะกะจะคั่วที่ lab ตรงวงเวียน 22 เลย (หากไม่มีอะไรผิดพลาด)<br /><br />ข่าวที่สองก็เป็นข่าวดีอีกแหละ คือสินค้าต่างๆ ที่เคยขายก็จะมีขายต่อไป (แม้จะขายไม่ค่อยดีเท่าไหร่) ผมตัดสินใจเอาเครื่องบดรุ่นเล็กอย่าง Anfim Best เข้ามาอีกครั้ง ถ้าเปรียบเทียบกับลูกพี่อย่าง Caimano จะให้ความรู้สึกในการใช้งานที่ต่างกันมาก แต่ผมเชื่อว่าในระดับเดียวกันไม่เป็นรองเครื่องยี่ห้ออื่น หรือ VBM Domobar Super เครื่องโฮมยูสคุณภาพคอมเมอร์เชียล ผมคิดว่าสินค้าที่ผมเลือกมามีคุณภาพดีพอสมควรกับราคา เพื่อนๆ ที่ซื้อไปใช้ก็ไม่มีใครบ่นกัน ดังนั้นถ้าจะทิ้งกันตอนนี้ก็ดูเหมือนไม่รับผิดชอบต่อลูกค้าเท่าไหร่ ส่วนท่านที่สนใจเครื่องระดับคอมเมอร์เชียล ผมก็ได้คัดเลือกเครื่องชงกาแฟโดยเน้นที่ใช้งานง่าย ดูแลรักษาง่าย ชงกาแฟออกมาอร่อยกว่า หน้าตาดี ราคากันเอง อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมก็โทรมาคุยกันได้นะครับ<br /><br />เอ้า เข้าเรื่อง ...<br /><br />]]>
        <![CDATA[หลังจากปลุกปล้ำกับเครื่องชงกาแฟบวกเพื่อคุณอยู่พักใหญ่ ตอนนี้ก็ได้ข้อสรุปแล้วครับ ปัญหาใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นและทำให้รสชาติกาแฟเพี้ยนไปคือน้องน้ำคนเดิม เมื่อเปลี่ยนไส้กรองคาร์บอนอันใหม่ ติดไส้กรองเพิ่ม รสชาติก็ดีขึ้นทันตาเห็น บอดี้ดีขึ้น นวลขึ้น หวานขึ้น<br /><br />แต่ ...<br /><br />เมื่อชง timeless เปรียบเทียบกับเครื่องระดับเทพอย่าง Mirage หรือเครื่องระดับเดียวกันอย่าง Dalla Corte ผมว่ารสชาติยังแตกต่างกันอยู่พอสมควร ผมไม่บอกละกันว่าตัวไหนอร่อยกว่า เพราะมันขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล แต่สำหรับผมแล้ว Mirage นั้นแอซิดิตี้จะออกมาชัดเจน เหมือนฟัง Piano Concerto ของบีโธเฟนจากแอมป์ NAD ขับลำโพงที่มีทวีตเตอร์ดีๆ ดุดัน กระจ่าง ส่วนกับเจ้าดัลลานั้นจะเหมือนฟัง Catherine Jenkins นักร้องเสียงเมซโซโซปราโนจากแอมป์หลอดกับลำโพงเสียงกลางดีๆ สักชุด นุ่มนวล ลื่นไหล ส่วนบวกเพื่อคุณนั้น ผมว่าเหมือนฟังฮิปฮอปจากหูฟังไอพ็อดครับ ฟังง่าย ไฮเทค สะใจดี ใครชอบแนวไหนก็เลือกเอาตามสะดวกนะครับ<br /><br />ส่วนจะเป็นเพราะอะไร ทำไมมันถึงได้ต่างกันนัก<br /><br />ไม่รู้ ... <br /><br />ผมว่าตอนนี้ส่วนตัวผมไม่ชอบแนวคิดเครื่องแยกบอยเลอร์ที่มีอุณหภูมินิ่งแบบ flat profile และยิ่งออกแบบบอยเลอร์เป็นแนวตั้งด้วยแล้ว ยิ่งน่าฉงนมากขึ้น (แบบที่ได้เคยอธิบายไปเมื่อ<a href="http://bkksprolab.com/2008/06/post-55.html">ครั้งก่อน</a>แล้ว) ผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่เอาเป็นว่าผมชอบ timeless ที่ชงออกจาก La Marzocco กับบวกเพื่อคุณ น้อยกว่าที่ชงออกจากเครื่อง HX ที่มีอุณหภูมิช่วงปลายชอทเย็นลง ซึ่งก็ตรงกับแนวคิดของ <a href="http://www.espressoquest.com/">instaurator</a> ที่เขียนใน coffeegeek ล่าสุดเรื่องเกี่ยวกับเครื่องชงกาแฟที่ใช้ใน WBC ลอง<a href="http://coffeegeek.com/opinions/professionals/06-16-2008">คลิก</a>ไปอ่านกันดูนะครับ<br /><br />อ้อ พูดถึง WBC วันสองวันนี้จะมีการแข่งขันกันที่โคเปนเฮเก้นแล้วนะครับ แชมป์ของไทยก็ไปด้วย เราคนไทยเชียร์พันธมิตรแล้วก็อย่าลืมส่งแรงใจไปเชียร์น้องปุ้มด้วยนะครับ ส่วนความคืบหน้าก็ติดตามจากที่นี่ได้<br />]]>
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>สินค้าใหม่แกะกล่อง</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://bkksprolab.com/2008/06/post-58.html" />
    <id>tag:bkksprolab.com,2008://1.82</id>

    <published>2008-06-16T15:51:54Z</published>
    <updated>2008-06-17T00:47:27Z</updated>

    <summary>ช่วงนี้มีสินค้าหลายอย่างมานำเสนอครับ หลังจากหิ้วมาใช้แล้วดีจริงๆ เลยตัดสินใจนำเข้าเป็นเรื่องเป็นราวครับ เนื่องจากค่าส่งค่อนข้างแพงและโดนภาษีอีก ราคาจึงค่อนข้างสูง เคมเม็กซ์ โถแก้วชงกาแฟสไตล์นักวิทยาศาสตร์ ขนาด 1pint (473cc) ชงได้ 3 ถ้วย ราคา 2,000.- เคมเม็กซ์ โถแก้วชงกาแฟสไตล์นักวิทยาศาสตร์ ขนาด 30oz (887cc) ชงได้ 6 ถ้วย ราคา 2,200.- (ถ้วยที่ว่าคือถ้วยกาแฟทั่วไปใช้รับแขก ขนาดประมาณ 150cc) กระดาษกรองชนิดพิเศษ ออกแบบโดยนักเคมีคลั่งคาเฟอีน ให้กลิ่นรสลึกล้ำ กล่องละ 100 ใบ ราคากล่องละ ......</summary>
    <author>
        <name>Suksit</name>
        
    </author>
    
        <category term="product" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    <category term="anfim" label="anfim" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#tag" />
    <category term="อัพเดตเว็บ" label="อัพเดตเว็บ" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#tag" />
    <category term="เครื่องชงกาแฟ" label="เครื่องชงกาแฟ" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#tag" />
    <category term="เครื่องบด" label="เครื่องบด" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#tag" />
    <category term="chemex" label="chemex" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#tag" />
    <category term="speedster" label="speedster" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#tag" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://bkksprolab.com/">
        <![CDATA[ช่วงนี้มีสินค้าหลายอย่างมานำเสนอครับ<br /><br /><img src="http://www.chemexcoffeemaker.com/images/CM-6A,%20CM-8A,%20CM-10A.jpg" /> <img src="http://www.chemexcoffeemaker.com/CM-1C_2006.jpg" /> <img src="http://www.chemexcoffeemaker.com/images/CM-8%202006.jpg" /> 
<br /><br />หลังจากหิ้วมาใช้แล้วดีจริงๆ เลยตัดสินใจนำเข้าเป็นเรื่องเป็นราวครับ เนื่องจากค่าส่งค่อนข้างแพงและโดนภาษีอีก ราคาจึงค่อนข้างสูง<br />
<br />
เคมเม็กซ์ โถแก้วชงกาแฟสไตล์นักวิทยาศาสตร์ ขนาด 1pint (473cc) ชงได้ 3 ถ้วย ราคา 2,000.-<br />
เคมเม็กซ์ โถแก้วชงกาแฟสไตล์นักวิทยาศาสตร์ ขนาด 30oz (887cc) ชงได้ 6 ถ้วย ราคา 2,200.-<br />
(ถ้วยที่ว่าคือถ้วยกาแฟทั่วไปใช้รับแขก ขนาดประมาณ 150cc)<br />
กระดาษกรองชนิดพิเศษ ออกแบบโดยนักเคมีคลั่งคาเฟอีน ให้กลิ่นรสลึกล้ำ กล่องละ 100 ใบ ราคากล่องละ ...<br /> ]]>
        <![CDATA[&nbsp;700.- (เจ็ดร้อยบาทถ้วน)<br />
<br />
เปิดรับสั่งจองแล้ววันนี้ ก่อนวางขายในห้างหรูกลางกรุง ซึ่งราคาจะขึ้นไปกว่านี้อีก<br /><br />

<img src="http://bkksprolab.com/image/Speedster-2.jpg" /><br />

<br />และเจ้าสปีดสเตอร์ก็มีราคาโผล่มาแล้วครับ เนื่องจากเป็นเครื่อง home use
แบบ custom made จำนวนน้อย
นโยบายของผู้ผลิตคือขายตรงถึงผู้ใช้โดยไม่ผ่านตัวแทนจำหน่าย
ท่านสามารถสั่งโดยตรงก็ได้หรือจะสั่งผ่านผมก็ได้
ถ้าสั่งกะผมก็เปิดราคาตามบิลครับ เวลาเสียหรือมีปัญหาก็ดีหน่อยตรงที่มีคนดูแลให้
ซึ่งผมก็จะชาร์จค่าใช้จ่ายตรงนั้นในราคายุติธรรม
ถ้าพร้อมจะวางออร์เดอร์แล้วก็เตรียมเงินไว้ประมาณสามแสนบาทครับ
ไม่รวมภาษีศุลกากรอีกสามสิบเปอร์เซนต์<div><br />และที่น่าตื่นเต้นที่สุด แอนฟิมไคมาโน รุ่นไม่มีโถพัก และตั้งเวลาได้ (Grind-on-Demand)<br /><br /><img src="http://bkksprolab.com/image/1677663265_aa4a3d8ebe_o-thumb-500x750.jpg" /><br /><br />ฟันบดเป็นไทเทเนียมเหมือนเดิม ล็อตแรกมีแค่ 4 ตัวเท่านั้น แม้ราคาจะแพงกว่ารุ่นธรรมดาประมาณห้าพัน แต่ช่วยให้บาริสต้าทำงานได้ง่ายขึ้น ใช้ซิงเกิลชอทได้มั่นใจขึ้น จึงประหยัด และไม่ปล่อยกาแฟเก่าให้เหม็นหืนอยู่ข้างใน กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในแถบเอเชียครับ <br /><br />ของทุกอย่างยังไม่มีตัวตนครับ ดูแต่รูปไปก่อนแล้วกันนะครับ<br /></div>]]>
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>ความพึงพอใจของลูกค้า</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://bkksprolab.com/2008/06/post-57.html" />
    <id>tag:bkksprolab.com,2008://1.81</id>

    <published>2008-06-13T01:05:17Z</published>
    <updated>2008-06-16T04:44:46Z</updated>

    <summary>&quot;These are talented people at Apple. They put their hearts and souls into it. I hope you can feel it.&quot;นี่คือประโยคท้ายๆ ของ สตีฟ จอบส์ ใน keynote ที่ WWDC ครั้งล่าสุด เขากล่าวคำนี้พร้อมกับปรบมือให้ทีมคิดค้นและพัฒนา iPhone ตอนเสร็จสิ้นการนำเสนอ 3G รุ่นใหม่กับผู้ชม ผมในฐานะแมคยูสเซอร์ตั้งแต่ปี 1995 นั่งดูตั้งแต่ต้นจนจบก็อดปรบมือไปด้วยไม่ได้ผมติดใจแมคโอเอสตั้งแต่ช่วง OS 6 ต่อกับ OS...</summary>
    <author>
        <name>Suksit</name>
        
    </author>
    
        <category term="training" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    <category term="การเปิดร้าน" label="การเปิดร้าน" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#tag" />
    <category term="สำรวจตลาด" label="สำรวจตลาด" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#tag" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://bkksprolab.com/">
        <![CDATA["These are talented people at Apple. They put their hearts and souls into it. I hope you can feel it."<br /><br />นี่คือประโยคท้ายๆ ของ สตีฟ จอบส์ ใน keynote ที่ WWDC ครั้งล่าสุด เขากล่าวคำนี้พร้อมกับปรบมือให้ทีมคิดค้นและพัฒนา iPhone ตอนเสร็จสิ้นการนำเสนอ 3G รุ่นใหม่กับผู้ชม ผมในฐานะแมคยูสเซอร์ตั้งแต่ปี 1995 นั่งดูตั้งแต่ต้นจนจบก็อดปรบมือไปด้วยไม่ได้<br /><br />ผมติดใจแมคโอเอสตั้งแต่ช่วง OS 6 ต่อกับ OS 7 เพราะผมเป็นคนค่อนข้างโง่เรื่องคอมพิวเตอร์ และ DOS กับ Windows 3 นี่เป็นอะไรที่เข้าใจยาก แต่แมคกลับทำให้ผมเข้าใจมันในทันทีที่ได้นั่งอยู่หน้าจอ มีไฟล์และแฟ้มวางอยู่บนโต๊ะ ไม่เอาอะไรก็ทิ้งลงถังขยะ เวลามีของในถัง ถังก็จะบวมออกมา ระบบการจัดการ/บำรุงรักษาเครื่องที่คนโง่ๆ อย่างผมเข้าใจได้ง่ายๆ<br /><br />แม้ iPhone จะประสบความสำเร็จมากสำหรับแอปเปิล แต่ก็ไม่ได้เป็นสินค้าที่สมบูรณ์แบบ แอปเปิลจึงไม่หยุดที่จะพัฒนามันต่อไป เขาสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าว่ายังอยากได้อะไรใน iPhone บ้าง และตอบคำถามมันทีละข้อ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่หรือผู้ใช้ทั่วไป เท่าที่ผมดู เจ้ารุ่นใหม่นี่แก้ปัญหาใหญ่ๆ ของไอโฟนรุ่นเก่าได้อย่างหมดจด แม้กระทั่งเรื่องผิวสัมผัส ความโค้งมน และขนาดรูเสียบหูฟัง<br /><br />มิน่า จ๊อบส์ถึงบอกว่า I hope you can feel it.<br />]]>
        <![CDATA[ในฐานะคนคั่วกาแฟและจะเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ตอนแรกผมตั้งใจว่าจะเน้นบรรยากาศให้น้อยที่สุด เพื่อให้คุณภาพของกาแฟโดดออกมา ให้รสชาติของสินค้าเป็นตัวเรียกลูกค้า ผมจะใส่ใจเรื่องภาชนะและการนำเสนอ ถ้วยแบบนี้ เสิร์ฟแบบนี้
บ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์ของร้านแค่ไหน
และผมจะใส่ใจเรื่องรสชาติมากเป็นพิเศษ แค่เรื่องคุณภาพน้ำก็เล่นเอามึนไปหลายอาทิตย์ พอเอาเข้าจริงกลับไม่มีคนเข้ามาประสบพบพานกับสิ่งดีๆ เหล่านี้มากพอเพราะตัวร้านมันไม่เชื้อเชิญ ผมรู้สึกเสียใจและเสียดายที่ไม่ลงทุนกับตัวร้านมากกว่านี้เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ลูกค้าสัมผัสได้ เก้าอี้แบบนี้นั่งสบายไหม ลุกยากไหม นั่งแล้วเท่ไหม โต๊ะแบบนี้เตี้ยไปหรือเปล่า ไฟแบบนี้ทำให้รู้สึกร้อนหรือสบาย เพลงที่จะเปิดต้องเป็นแจ๊ส คลาสสิค ป๊อป หรือตามใจบาริสต้า แม้กระทั่งหน้าตาและความเป็นมิตรของพนักงานในร้านก็มีส่วนเรียกลูกค้าให้เข้ามา "รู้สึก" กับสินค้าของเราได้<br /><br />สิ่งที่ต้องระวังคือ เราต้องพยายามให้ลูกค้าติดใจในแก่นของตัวสินค้าให้ได้ ผมยึดปรัชญาสามประการของ <a href="http://www.slowfood.com/about_us/eng/philosophy.lasso">Slow Food</a> คือ Good, Clean, and Fair ใช้ของดีรสชาติดี ปรุงสะอาดไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และราคาเป็นธรรม(ทั้งซื้อมาและขายไป) ส่วนอื่นๆ ที่ประกอบเข้ามาเป็น Sweet Guilt เป็นเพียงมายา ถ้าเด็กพาร์ทไทม์ไม่อยู่จะมีใครเข้ามานั่งกินไหม หรือถ้าบาริสต้าเปลี่ยนไปลูกค้าจะเปลี่ยนร้านไหม เหล่านี้เป็นปัญหาที่คนเปิดร้านต้องคิด<br /><br />แม้แอปเปิลจะเป็นบริษัทใหญ่มูลค่าหลายหมื่นล้าน แต่เมื่อเปรียบในตลาดคอมพิวเตอร์หรือมือถือก็ยังจัดว่าเล็กอยู่ สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจที่เจาะตลาด niche อยู่รอดก็คือ
ต้องรู้ให้ได้ว่าลูกค้าจำนวนน้อยที่เรามีนั้นพอใจในสินค้าหรือบริการที่เราให้ขนาดไหน เราจะเสียลูกค้าไปโดยที่ไม่รู้ว่าเขาพอใจหรือไม่พอใจอะไรอย่างนั้นหรือ แล้วเราจะปล่อยให้มันเป็นไปอย่างนี้โดยไม่แก้ไขอะไรเลยหรือ <br /><br />ผมกับเพื่อนๆ หุ้นกันเปิดร้าน sweet guilt มานี่ก็เข้าเดือนที่สี่แล้ว ก็ต้องขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านที่ได้ติชม คำแนะนำของท่านมีค่ายิ่งจริงๆ ครับ <b>ส่วนลูกค้ากาแฟคั่วก็อย่าลืมติชมมานะครับ</b> อยากได้รสชาติแบบไหน มีอะไรต้องปรับปรุง การรับออเดอร์และจัดส่งรวดเร็วหรือไม่ ฯลฯ เขียนลงในคอมเม้นท์เลยครับ จักเป็นพระคุณยิ่ง<br />]]>
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>ดอกไม้จะบาน</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://bkksprolab.com/2008/06/post-56.html" />
    <id>tag:bkksprolab.com,2008://1.80</id>

    <published>2008-06-10T13:35:34Z</published>
    <updated>2008-06-10T15:01:40Z</updated>

    <summary>ดอกไม้จะบาน (2516) คำร้องโดย จิระนันทน์ พิตรปรีชา กวีซีไรต์ปี 2532 ทำนองโดย ดร.วีรพจน์ ลือประสิทธิ์กุล ดอกไม้ ดอกไม้จะบาน บริสุทธิ์กล้าหาญ จะบานในใจ สีขาว หนุ่มสาวจะใฝ่ แน่วแน่แก้ไข จุดไฟศรัทธา เรียนรู้ ต่อสู้มายา ก้าวไปข้างหน้า เข้าหามวลชน ชีวิต อุทิศยอมตน ฝ่าความสับสน เพื่อผลประชา ดอกไม้ บานให้คุณค่า จงบานช้าช้า แต่ว่ายั่งยืน ที่นี่ และที่อื่นอื่น ดอกไม้สดชื่น ยื่นให้มวลชน...</summary>
    <author>
        <name>Suksit</name>
        
    </author>
    
        <category term="about" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    <category term="คั่วกาแฟ" label="คั่วกาแฟ" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#tag" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://bkksprolab.com/">
        <![CDATA[<font style="font-size: 1.25em;"><b>ดอกไม้จะบาน (2516)</b></font><br /><div align="right">
คำร้องโดย จิระนันทน์ พิตรปรีชา กวีซีไรต์ปี 2532<br />
ทำนองโดย ดร.วีรพจน์ ลือประสิทธิ์กุล <br /></div><br />
ดอกไม้ ดอกไม้จะบาน<br />
บริสุทธิ์กล้าหาญ จะบานในใจ<br />
สีขาว หนุ่มสาวจะใฝ่ <br />
แน่วแน่แก้ไข จุดไฟศรัทธา<br />
<br />
เรียนรู้ ต่อสู้มายา<br />
ก้าวไปข้างหน้า เข้าหามวลชน <br />
ชีวิต อุทิศยอมตน<br />
ฝ่าความสับสน เพื่อผลประชา<br />
<br />
ดอกไม้ บานให้คุณค่า<br />
จงบานช้าช้า แต่ว่ายั่งยืน<br />
ที่นี่ และที่อื่นอื่น<br />
ดอกไม้สดชื่น ยื่นให้มวลชน ]]>
        <![CDATA[ได้ฟังเพลงนี้จากวิทยุ 97.75 เอฟเอ็มครับ เป็นเพลงที่นักศึกษาคนหนึ่งแต่งขึ้นในช่วงกลียุคของบ้านเมือง เมื่อพิจารณาเนื้อเพลงแล้วโดนใจเป็นอย่างยิ่ง ผมไม่รู้ว่าคำว่า "ดอกไม้" เป็นสัญลักษณ์หมายถึงอะไร แต่เท่าที่พิจารณาน่าจะหมายถึง<b>ชีวิตคน</b>ครับ ดอกไม้จะบานคือคนหนุ่มสาว สีขาวคือชุดนิสิตนักศึกษา อีกนัยหนึ่งคือบอกให้คนหนุ่มสาวใฝ่หาความรู้ด้วยเจตนาบริสุทธิ์ เพื่อช่วยเหลือสังคมและผู้คนครับ<br /><br />ผมชอบเนื้อเพลงบทกลางครับ บอกให้คนหนุ่มสาวใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ใช้วิชาความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาเพื่อให้เห็นความจริง แยกความจริงออกจากสิ่งหลอกลวงได้ ชีวิตนี้อยู่ไปไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อคนอื่น เพื่อความเจริญของส่วนรวม ของคนที่ด้อยโอกาสกว่าเรา เพื่อความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนของสังคมครับ<br /><br />เมื่อพิจารณาดูโลกยุคปัจจุบันที่ลัทธิทุนนิยมกำลังดูดกลืนทรัพยากรอย่างไม่ปรานี คนคั่วกาแฟชั้นแนวหน้าของโลกกำลังพยายามตอบแทนสังคม เอาเงินที่หามาได้จากการคั่วกาแฟนั้นกลับคืนสู่ผืนแผ่นดิน และช่วยเหลือชาวไร่ที่ยากจน มีโปรแกรมเช่น fair trade, organic, farm direct, bird friendly, sustainable harvest, carbon offset, rain forest alliance, และอื่นๆ<br /><br />ส่วนตัวผมเองก็อยากทำในสิ่งที่ดีๆ เพื่อสังคมเหมือนกันครับ แม้จะไม่มีเงินมากเหมือนโรงคั่วใหญ่ๆ แต่ก็ตั้งใจและพยายามตั้งแต่เริ่มต้นคั่วกาแฟ ตอนนี้ที่ทำๆ อยู่ก็คือ fair trade และ farm direct ครับ ผมขึ้นไปซื้อกาแฟกับเกษตรกรโดยตรง ให้ราคาที่เป็นธรรม เหมาะสมกับคุณภาพ ถ้ากาแฟธรรมดาแต่ราคาสูงผมก็ไม่ซื้อ ไม่ต้องมีตราประทับจากหน่วยงานหรอกครับ เราทำดีเรารู้เอง ส่วนที่อยากทำมากกว่านั้นคือ อยากส่งเสริมการปลูกกาแฟแบบธรรมชาติ รักษาป่า ใช้ปุ๋ยธรรมชาติ ผมไม่ต้องการใครมาตรวจว่ากาแฟผมเป็น organic นะ ดินและน้ำปลอดสารเคมีมาสี่ห้าปีแล้วนะ เอ้า ติดสติกเกอร์ที่ซองได้ ส่วนหนึ่งไอ้ตราพวกนี้ก็เพื่อหวังผลทางการค้า แต่ผมคิดว่าขอเพียงเราตั้งใจทำและทำให้ดีที่สุดก็พอแล้วครับ<br />]]>
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>สมการ (ภาคพิเศษ สำหรับคุณ)</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://bkksprolab.com/2008/06/post-55.html" />
    <id>tag:bkksprolab.com,2008://1.79</id>

    <published>2008-06-06T13:59:50Z</published>
    <updated>2008-06-06T15:20:40Z</updated>

    <summary>หลังจากที่ได้เล่นกับเครื่อง +4U ที่ทันสมัยที่สุดในโลกมาได้หนึ่งเดือนเต็มๆ เจอะเจอปัญหาหลายอย่างในการทำงานบ้าง ก็ได้คอมเม้นท์ให้คุณแซดผู้นำเข้าทราบไปบ้างแล้ว วันนี้จะมาคุยถึงจุดเด่นอีกอย่างนึงที่เล่นเอาผมปวดหัวไปหลายอาทิตย์ นั่นคือการควบคุมอุณหภูมิน้ำที่สัมผัสกาแฟของเจ้าเครื่องนี้...</summary>
    <author>
        <name>Suksit</name>
        
    </author>
    
        <category term="coffee machine" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    <category term="เครื่องชงกาแฟ" label="เครื่องชงกาแฟ" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#tag" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://bkksprolab.com/">
        หลังจากที่ได้เล่นกับเครื่อง +4U ที่ทันสมัยที่สุดในโลกมาได้หนึ่งเดือนเต็มๆ เจอะเจอปัญหาหลายอย่างในการทำงานบ้าง ก็ได้คอมเม้นท์ให้คุณแซดผู้นำเข้าทราบไปบ้างแล้ว วันนี้จะมาคุยถึงจุดเด่นอีกอย่างนึงที่เล่นเอาผมปวดหัวไปหลายอาทิตย์ นั่นคือการควบคุมอุณหภูมิน้ำที่สัมผัสกาแฟของเจ้าเครื่องนี้ 
        <![CDATA[จุดเด่นของ +4U ที่เหนือกว่าเครื่องชงกาแฟแบบแยกบอยเลอร์ทั่วๆ ไปคือ เราสามารถแยกการควบคุมอุณหภูมิน้ำ และควบคุมอุณหภูมิของโลหะที่หัวกรุ๊ป หะแรกเลยตอนที่เครื่องมาถึง คุณแซดบอกให้ตั้งอุณหภูมิทั้งสองจุดเท่ากัน ก็ทำตามนั้น ปรากฏว่าชงกาแฟได้อร่อยอยู่ประมาณอาทิตย์เดียว ร้านก็ปิดช่วงสงกรานต์ พอเปิดกลับมาใหม่ หายคัดจมูก ก็พบว่าเอสเพรสโซที่เคยหวานละมุนนั้นรสชาติเปลี่ยนไป<br /><br />แพะตัวแรกที่พวกเราโทษคือกาแฟครับ ผมเลยจัดการเปลี่ยนส่วนผสมของเบลนด์ใหม่ แล้วทดสอบกับเครื่องที่ lab ดู ไม่ว่าจะเป็นดัลลา วิเบียมเม หรือ มิราจ ก็พบว่ารสชาติยิ่งหวานขึ้นกว่าเดิม บอดี้เต็ม มีอาฟเตอร์เทสต์ที่ดี แต่ทำไมพอกลับไปชงที่ร้านแล้วมันออกมาไม่อร่อยเลยฟะ<br /><br />แพะตัวที่สองคือปริมาณกาแฟ แต่คิดไปคิดมาก็ไม่น่าจะใช่ เรื่องการโดสนี่หมูมาก เพราะแอนฟิมมันแม่นยำมาก ตาโป๊ะปรับตัวอยู่เดี๋ยวเดียวก็รู้แล้วว่าจะต้องโดสยังไง<br /><br />ข้ามไปหาเป็ดตัวที่สาม เอ้ย แพะตัวที่สาม<br /><br />แพะตัวที่สามคืออุณหภูมิน้ำ ผมสังเกตเอาว่าน้ำที่ไหลออกจากหัวกรุ๊ปนั้นค่อนข้างร้อนกว่าเครื่องที่ผมเคยเจอ ถ้าตั้งสักเก้าสิบห้านี่จะออกมาฟู่ๆ เลยทีเดียว ผมเลยลดอุณหภูมิลงเหลือต่ำมากๆ ประมาณเก้าสิบ และก็คิดว่าเราจะเลียนแบบโพรไฟล์ของเครื่องฮีทเอกซเชนได้ยังไง เพราะตอนที่ใช้วิเบียมเมก็ถือว่าค่อนข้างดี ก็ลองปรับอุณหภูมิทั้งสองจุด ปรับไปปรับมา เสียกาแฟไปบานเบอะ แต่รสชาติก็ยังไม่ถูกใจซะที ผมเลยหยุดปรับ มานั่งนึกว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างขณะที่เรากำลังชงกาแฟ<br /><br />หนึ่ง - เมื่อเราเริ่มต้นชงกาแฟ ความร้อนของน้ำจะถูกซับด้วยผงกาแฟที่เย็นกว่า สมมติว่าอุณหภูมิน้ำที่ออกมาไม่ร้อนเกินไป ผงกาแฟด้านบนจะซับความร้อนไว้ การสกัดกาแฟก็จะพอดี แต่เมื่อน้ำไหลลงไปอีกนิด ผงกาแฟที่อยู่ด้านล่างก็จะสัมผัสน้ำที่อุณหภูมิเย็นลง<br /><br />สอง - เมื่อน้ำดันผ่านผงกาแฟ มันจะพัดพาผงขนาดเล็กกว่าปกติลงไปด้านล่างด้วย ทำให้การต้านน้ำที่ส่วนล่างของก้อนผงกาแฟนั้นเพิ่มขึ้น ถ้าเส้นผ่านศูนย์กลางของ portafilter เล็กลง ความหนาของก้อนกาแฟก็จะมากขึ้นด้วย ก็จะมีแรงต้านเพิ่มขึ้นกว่าปกติ<br /><br />สาม - เมื่อน้ำผ่านผงกาแฟมากเข้า ส่วนบนของก้อนกาแฟก็จะเริ่มโอเวอร์เอ็กซแทรกเต็ด ในขณะที่ส่วนล่างเริ่มพอดี เนื่องจากอุณหภูมิน้ำที่เริ่มสูงขึ้น (ส่วนบนเริ่มอุณหภูมิเท่ากับน้ำ จึงเหลือพลังงานมาให้ส่วนล่าง) และพวกเศษผงเล็กๆ ที่คอยเพิ่มแรงต้านอยู่<br /><br />สี่ - ช่วงปลายชอทเป็นช่วงที่สำคัญที่สุด จะขมหรือไม่ขมก็อยู่ตรงนี้ ถ้าอุณหภูมิน้ำที่ไหลมาพอดีตั้งแต่แรกไม่ยอมลดลงหรือกลับเพิ่มขึ้น ส่วนบนของก้อนกาแฟก็จะยิ่งโอเวอร์มากขึ้น ในขณะที่ข้างล่างเริ่มจะโอเวอร์ เนื่องจากชอทที่ออกมานั้นค่อนข้างติดขม ดังนั้นผมคิดว่าเราควรจะลดอาการโอเวอร์ตรงนี้ <br /><br />พอคิดได้ตรงนี้ ผมก็มาคิดเรื่องเครื่องบ้าง เครื่องแต่ละแบบก็จะมีโพรไฟล์ของอุณหภูมิน้ำที่ไหลผ่านผงกาแฟไม่เหมือนกัน<br /><br />1. เครื่องฮีทเอกซเชนระบบเทอร์โมไซฟอน บวกหัวกรุ๊ป E61 อย่างมิราจหรือวิเบียมเม - อุณหภูมิน้ำจะลดไปโดยธรรมชาติเมื่อน้ำผ่านหัวกรุ๊ป และระบบแลกเปลี่ยนความร้อนที่มีการผสมน้ำเย็นกับน้ำร้อน ความแม่นยำในการทำซ้ำขึ้นอยู่กับการออกแบบระบบและฝีมือของบาริสต้า<br /><br />2. เครื่องแบบแยกบอยเลอร์ที่มีบอยเลอร์ชงกาแฟขนาดใหญ่ - อุณหภูมิจะค่อนข้างนิ่ง แต่ถ้าเครื่องออกแบบมาไม่ดี จุดที่ปักเทอร์โมมิเตอร์ไม่ดี PID คำนวนอุณหภูมิแม่นจริงแต่สั่งฮีทเตอร์ทำงานไม่ถูกกาละเทศะ บางทีปลายชอทน้ำจะยิ่งร้อนมากขึ้นด้วย เครื่องแบบนี้อยู่ที่ฝีมือวิศวกรล้วนๆ บาริสต้าจะควบคุมอะไรไม่ได้มาก <br /><br />3. เครื่องคันโยกที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิน้ำดีๆ อย่างมิราจ อิโดรคอมเพรสโซ - เป็นเครื่องที่ดีมากในเรื่องการลดความเว่อร์ช่วงปลายชอท รสชาติที่ได้จะชัดเจนกระจ่าง จนผู้สร้างภูมิใจมากๆ และบอกว่านี่เป็นวิธีชงกาแฟที่ดีที่สุด เพราะเขาสามารถควบคุมอุณหภูมิน้ำที่ไหลเข้าในหัวกรุ๊ปได้เป๊ะๆ ทุกครั้ง และประกอบกับอุณหภูมิน้ำแอนด์แรงดันช่วงปลายชอทลดลง เนื่องจากพลังงานถูกซับไปด้วยหัวกรุ๊ปโลหะขนาดใหญ่มหึมา และสปริงที่ยืดตัวออก กาแฟทุกชอทที่ได้จึงแม่นยำและรสชาติออกมาแจ่มจริงๆ<br /><br />4. เครื่องแยกบอยเลอร์ที่มีขนาดบอยเลอร์เล็กอย่างดัลลา - มีการคำนวนและชดเชยอุณหภูมิน้ำที่เสียไปเพราะมีน้ำเย็นเข้ามาผสม แล้วควบคุมจังหวะการทำงานของฮีทเตอร์ด้วยอัลกอริธึ่มพิเศษ (เฉพาะเครื่องขนาดสองหัวขึ้นไป) ทำให้ปลายชอทอุณหภูมิลดลงนิดหน่อย<br /><br />5. เครื่องฮีทเอกซเชนที่เป็นระบบท่อเดี่ยว - ไม่รู้ครับ ไม่เคยลองจริงๆ จังๆ แต่เท่าที่สังเกต ช่วงปลายชอทจะค่อนข้างอันเดอร์มากกว่าเครื่องฮีทเอกซเชนระบบเทอร์โมไซฟอน<br /><br />แล้วกับเครื่อง +4U ล่ะ?<br />ไว้มาต่อคราวหน้าละกันครับ เดี๋ยวโพสนี้จะยาวไป<br />]]>
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>เช้านี้คุณพร้อมหรือยัง?</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://bkksprolab.com/2008/06/post-54.html" />
    <id>tag:bkksprolab.com,2008://1.78</id>

    <published>2008-06-05T04:00:53Z</published>
    <updated>2008-06-05T04:27:08Z</updated>

    <summary>ถ้ายัง เรายินดีนำเสนอเบลนด์ใหม่ที่พร้อมจะปลุกคุณให้หายง่วงหงาวหาวนอนพบกับเบลนด์ southern italy ของเราครับ...</summary>
    <author>
        <name>Suksit</name>
        
    </author>
    
        <category term="product" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    <category term="กาแฟคั่ว" label="กาแฟคั่ว" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#tag" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://bkksprolab.com/">
        <![CDATA[ถ้ายัง เรายินดีนำเสนอเบลนด์ใหม่ที่พร้อมจะปลุกคุณให้หายง่วงหงาวหาวนอน<br /><br />พบกับเบลนด์ southern italy ของเราครับ<br /> ]]>
        <![CDATA[<span class="mt-enclosure mt-enclosure-image"><a href="http://bkksprolab.com/image/2241181351_34748b0ce0_o.html" onclick="window.open('http://bkksprolab.com/image/2241181351_34748b0ce0_o.html','popup','width=849,height=1270,scrollbars=no,resizable=no,toolbar=no,directories=no,location=no,menubar=no,status=no,left=0,top=0'); return false"><img src="http://bkksprolab.com/image/2241181351_34748b0ce0_o-thumb-720x1077.jpg" alt="leversouthitaly.jpg" height="1077" width="720" /></a><br /><br />เบลนด์นี้ชื่อ Pronto เป็นภาษาอิตาเลียน แปลว่า พร้อม!<br /></span><br />ที่ทำให้พร้อมได้ก็เพราะมีโรบัสต้า 40% ครับ ผสมกับกาแฟจากโคลอมเบียและเคนย่า กินแล้วรับรองพร้อมแน่เพราะมีคาเฟอีนดีๆ จากอินเดียหล่อเลี้ยงสมองอยู่<br /><br />ในเรื่องรสชาติ เบลนด์นี้เหมาะกับการทำคาปูชิโน่ ลาเต้ และกาแฟเย็นครับ เอาตัวรอดได้ดีในนม ปราบนมข้นอยู่หมัด เมื่อเป็นเอสเพรสโซก็หนักแน่น มั่นคง<br /><br />ทีเด็ด<br /><br />ให้ชงเป็น ristretto ครับ จะไม่ขมและได้ acidity พอสมควร<br /><br />ราคากิโลกรัมละ 1,425.- ครับ ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงลองตลาด ราคาพิเศษ 1,150.- ครับ<br /><div><br /></div>]]>
    </content>
</entry>

<entry>
    <title>ถ้าเหลือเครื่องชงกาแฟเพียงเครื่องเดียว</title>
    <link rel="alternate" type="text/html" href="http://bkksprolab.com/2008/06/post-53.html" />
    <id>tag:bkksprolab.com,2008://1.76</id>

    <published>2008-05-31T23:48:19Z</published>
    <updated>2008-06-01T00:48:02Z</updated>

    <summary>หากเกิดเหตุการณ์ใดที่ทำให้ผมต้องเลือกเครื่องชงกาแฟเป็นเครื่องสุดท้ายที่จะใช้ไปตลอดชีวิต เช่นเกิดการปราบปรามผู้ชุมนุม จนลุกลามไปเป็นปฏิวัติครั้งใหญ่ ผู้คนล้มตายเป็นหมื่น ต่างชาติบอยคอต รัฐบาลต้องปิดประเทศ ขาดการติดต่อกับโลกภายนอก ต้องขายกิจการเพื่อย้ายหนีไปอยู่บนดอยที่จังหวัดน่านผมขอเลือกเอาเจ้าจีนี่คู่ใจกับเครื่องชงกาแฟตัวนี้ติดไปด้วยครับ...</summary>
    <author>
        <name>Suksit</name>
        
    </author>
    
        <category term="coffee machine" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#category" />
    
    <category term="เครื่องชงกาแฟ" label="เครื่องชงกาแฟ" scheme="http://www.sixapart.com/ns/types#tag" />
    
    <content type="html" xml:lang="en" xml:base="http://bkksprolab.com/">
        <![CDATA[หากเกิดเหตุการณ์ใดที่ทำให้ผมต้องเลือกเครื่องชงกาแฟเป็นเครื่องสุดท้ายที่จะใช้ไปตลอดชีวิต เช่นเกิดการปราบปรามผู้ชุมนุม จนลุกลามไปเป็นปฏิวัติครั้งใหญ่ ผู้คนล้มตายเป็นหมื่น ต่างชาติบอยคอต รัฐบาลต้องปิดประเทศ ขาดการติดต่อกับโลกภายนอก ต้องขายกิจการเพื่อย้ายหนีไปอยู่บนดอยที่จังหวัดน่าน<br /><br />ผมขอเลือกเอาเจ้าจีนี่คู่ใจกับเครื่องชงกาแฟตัวนี้ติดไปด้วยครับ<br /> ]]>
        <![CDATA[<img src="http://bkksprolab.com/image/speedster/3641_dscn0102.jpg" /><br /><br />speedster สปีดสเตอร์ครับ นี่เป็นเครื่องในฝันของผมและหลายๆ คน แม้จะเป็นเครื่องหัวเดียวสำหรับใช้ในบ้าน แต่ความสามารถเหนือกว่าเครื่องคอมเมอร์เชียลทุกเครื่องบนโลกใบนี้ (รูปภาพลิงค์มาจาก home-barista.com)<br /><br /><img src="http://bkksprolab.com/image/speedster/3641_dscn0093.jpg" /><br /><br />ไม่มีคอมพิวเตอร์ซับซ้อนวุ่นวายเหมือนเครื่องสมัยใหม่ แต่เป็นระบบแยกบอยเลอร์ PID และมีจุดเด่นอีกเพียบโดยเฉพาะรูปร่างภายนอก การออกแบบระบบภายใน และความนิ่งของอุณหภูมิ ซึ่งเจ้า Mirage ก็เป็นเครื่องการันตีความสามารถตรงนี้อยู่แล้ว<br /><br /><img src="http://bkksprolab.com/image/speedster/20042008-04.jpg" /><br /><br />หลังจากที่ได้เจอ Kees Van der Westen เมื่อสองปีก่อน ตอนนั้นเขาก็ได้เล่าให้ฟังถึงโปรเจ็คท์นี้ แต่ก็บอกว่าขณะนั้นกำลังยุ่งอยู่กับการย้ายโรงงานออกจากโรงรถ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเจ้า Mirage เมื่อมีเวลาว่างก็จะทำโปรเจ็คท์นี้ให้เสร็จ<br /><br />และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง<br /><br /><img src="http://bkksprolab.com/image/speedster/3641_dscn0103.jpg" /><br /><br />เค้าประกาศว่าจะไปเปิดตัวในงานที่โคเปนเฮเก้นปลายเดือนนี้ และจะเริ่มรับออร์เดอร์หลังงาน ส่วนการผลิตก็จะเลื่อนไปหลังช่วงซัมเมอร์ฮอลิเดย์ของยุโรป<br /><br /><img src="http://bkksprolab.com/image/speedster/3641_dscn0084.jpg" /><br /><br />ผมอยากรู้เหมือนกันครับว่าเครื่องตัวที่ผมได้มาจะเลข serial number เท่าไหร่ ส่วนราคายังไม่ออกมาครับ แต่ประมาณว่าน่าจะพอๆ กับ Mirage สองหัวฟูลออพชั่น ราวๆ เกือบสี่แสนละมังครับ เปิดรับสั่งจองแล้วนะครับ]]>
    </content>
</entry>

</feed>
